กรมวิทย์ฯ เผย ผลตรวจผงสีขาว-ซุปก๋วยเตี๋ยวอุดรฯ พบ ‘สารไนไทรต์’
กรมวิทย์ฯ เผย ผลตรวจผงสีขาว-ซุปก๋วยเตี๋ยวอุดรฯ พบ ‘สารไนไทรต์’ ใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์ ย้ำ ไม่ใช่เกลือปรุงอาหาร เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้ อยู่ระหว่างตรวจสารปนเปื้อนอื่น
วันนี้ (11 มิ.ย. 69) ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจตัวอย่างก๋วยเตี๋ยวที่ชาวบ้านรับประทานจากร้านแห่งหนึ่งในชุมชนพรสวรรค์ อ.เมือง จ.อุดรธานี และมีอาการป่วยภายหลังว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี ได้รับตัวอย่างจากโรงพยาบาลอุดรธานี เพื่อตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน
สำหรับตัวอย่างที่ส่งตรวจ 4 ตัวอย่าง ประกอบด้วย อาเจียนของผู้ป่วย 2 ตัวอย่าง, น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเนื้อหมูและเนื้อไก่ 1 ตัวอย่าง และผงสีขาวไม่ทราบชนิด 1 ตัวอย่าง โดยตรวจสอบการปนเปื้อนของสารเคมีต้องสงสัย เช่น สารเคมีกลุ่มไนเทรตไนไทรต์ และสารไซยาไนด์
จากการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ผลตรวจยืนยันผงสีขาวพบว่าเป็น “สารไนไทรต์” ความบริสุทธิ์ 99.2% ส่วนผลตรวจตัวอย่างอาเจียนผู้ป่วยพบสารไนไทรต์ และไนเทรต ส่วนผลตรวจตัวอย่างน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวพบปริมาณไนไทรต์ 2,933 มิลลิกรัมต่อลิตร ดังนั้น การบริโภคน้ำซุปเพียงประมาณ 1 ช้อนชา จะทำให้ได้รับไนไทรต์เกินค่าปริมาณที่ยอมรับได้ต่อวันที่ JECFA กำหนด (4.0 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน) หากรับประทานในปริมาณสูงเกินกว่า 1 ลิตร หรือเทียบเท่ากับก๋วยเตี๋ยว 3 ชามในครั้งเดียว จะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
ทั้งนี้ สารไนไทรต์ หรือ “เกลือถนอมอาหาร” หรือ “ผงเพรก” เป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ เช่น กุนเชียง ไส้กรอก แหนม และหมูยอ ช่วยคงสีชมพูแดงของเนื้อสัตว์ และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด
ดร.นพ.สราวุฒิ ย้ำว่า ไนไทรต์ไม่ใช่เกลือปรุงอาหาร และไม่ควรใช้แทนเกลือบริโภคโดยเด็ดขาด หากร่างกายได้รับในปริมาณสูงอาจส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่งออกซิเจนในเลือด เกิดอาการตัวเขียวคล้ำ หายใจหอบเหนื่อย เวียนศีรษะ หัวใจเต้นผิดปกติ กรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 468) พ.ศ. 2568 กำหนดให้ใช้ไนไทรต์ในการถนอมอาหารของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ได้ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยต้องใช้ภายใต้การควบคุมตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหารอย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ดี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังคงเร่งตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด โดยเมื่อผลการตรวจสอบแล้วเสร็จจะรีบแจ้งให้ทราบโดยเร็ว และฝากถึงผู้ประกอบการควรจัดเก็บและบริหารจัดการสารเคมีก่อนนำไปทิ้ง ส่วนผู้บริโภคไม่ควรเก็บสิ่งของที่ไม่ทราบที่มาที่ไปมาใช้ หรือประกอบอาหาร แม้จะมีลักษณะคล้ายเครื่องปรุงที่ใช้ในครัวเรือน












