POLITICS

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก ตัดสินว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ แต่ต้องให้ประชาชนลงมติทั้งก่อน และหลัง

ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่ กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง

วันนี้ (11 มีนาคม 2564) ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีสำคัญ 3 คดี โดยมีผลการพิจารณาดังนี้

  • กรณีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (1) ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่ กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง
  • กรณีนายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยการเสนอร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ร่างฝ่ายค้าน และร่างรัฐบาล เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และให้ทั้งสองเลิกการกระทำ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เห็นว่ายังไม่ปรากฎข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอและยังห่างไกลเกินเหตุที่จะเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เมื่อมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว คำขออื่นย่อมเป็นอันตกไป
  • กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยการลงมติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่วาระที่ 1 ของสมาชิกรัฐสภา ว่าเป็นการกระทำที่ใช้สิทธิ หรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และขอให้ระงับหรืองดเว้นการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาในวาระที่สอง และสาม ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องขอยื่นบัญชีรายชื่อ และเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องปรากฎว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอ และยังห่างไกลเกินเหตุที่จะเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เมื่อมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว คำขออื่นย่อมเป็นอันตกไป

โดยที่ประชุมรัฐสภา จะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในวาระ 3 ในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้

Related Posts