POLITICS

พีมูฟยื่นหนังสือถึง ‘ประวิตร’ จี้แก้ปัญหาบางกลอย กำชับ MOU แก่หน่วยปฏิบัติ ให้ รมว.ทรัพย์เปลี่ยนท่าที ยุติดำเนินคดีพี่น้องบางกลอย

วันนี้ (9 มี.ค. 64) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) ภาคี Saveบางกลอย เดินขบวนจากสถานที่ชุมนุม ไปยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการแก้ปัญหา ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(พีมูฟ) ให้สั่งการให้ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปรับท่าที ไม่ว่างตัวเป็นปฏิปักษ์กับประชาชน ยุติการดำเนินคดีกับชาวบ้านบางกลอย 30 คน ตรวจสอบข้อเท็จจริงยุทธการพอทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร สั่งการให้หน่วยปฏิบัติยึดถือ MOU บางกลอย ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 และแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระ แก้ปัญหาบางกลอย โดยมี นายประสาร หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้รับหนังสือ

นายประสาร หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อีกไม่ช้าตนจะนำคณะทำงานลงไปในพื้นที่บางกลอย ต้องไม่ให้มีการใช้ความรุนแรงกับประชาชนโดยเด็ดขาด ประเด็นที่สอง เราต้องหันหน้าเข้าคุยกันด้วยเหตุและผล ประเด็นสาม ต้องดูแลความเป็นอยู่ เมื่อประชาชนมาอยู่ข้างล่างแล้วต้องดูแลให้ครบ สาธารณูปโภคครบ นี่คือสิ่งที่ท่านรองนายกฯ ประวิตรสั่งการมาเมื่อเช้านี้ ในเช้านี้หลังจากที่เราคุยกับท่านตรงนี้แล้วจะเชิญทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาเที่ยงนี้ แล้วประชุมตอนบ่าย เพราะฉะนั้นให้ท่านสบายใจได้ว่าปัญหาที่มาถึง ตนไม่เคยที่จะแช่ไว้

โดยหนังสือที่ยื่นถึงรองนายกรัฐมนตรี มีเนื้อหาดังต่อไปนี้

ด้วยการชุมนุมพีมูฟได้เข้าสู่วันที่ 3 ของการชุมนุมแล้ว โดยขาดการอํานวยความสะดวกในการชุมนุม จากภาครัฐ ส่วนการประชุมคณะทํางานติดตามปัญหา พีมูฟ โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และ สหกรณ์เป็นประธาน ในวันที่ 8 มีนาคม (เมื่อวานนี้) นั้น ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมยังมีความไม่มั่นใจในกระบวนการแก้ปัญหา เพราะการแก้ไขปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ก.ทรัพย์ ไม่มีการส่งผู้รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาโดยตรงมาร่วมประชุม จึงไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสําคัญ เสมือนรัฐมนตรีปล่อย เกียร์ว่าง ต่อการแก้ไขปัญหา

เราขอยํ้าว่าการติดตามแก้ไขปัญหาของเรา ดําเนินการติดตามทุกรัฐบาล ไม่ได้อิงฝ่ายการเมืองใด ส่วนกรณีการชุมนุมจนมีข้อตกลงกับรัฐบาลผ่านมาแล้ว กว่า 19 เดือน มีคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทํางาน กว่า 50 คณะ การประชุม ไม่ตํ่ากว่า 50 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้เป็นรูปธรรม จึงแสดง ถึงปัญหาที่เรื้อรัง จําเป็นต้องอาศัยการตัดสินใจทางนโยบาย ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่เพียงรับฟัง เพียงกลไก รัฐราชการ ที่เป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหา เท่านั้น

จึงมีข้อเสนอมายังรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณในฐานะประธานกรรมการแก้ปัญหา ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(พีมูฟ) สั่งการให้อนุกรรมการที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาทุกกรณี โดยการมีส่วนร่วม มิใช่เพียงแต่แค่ประชุมกรรมการ แต่ไม่สามารถสั่งการให้หน่วยปฏิบัติดําเนินการตาม นโยบายรัฐมนตรีได้ จึงมีข้อเสนอดังนี้

1) สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปรับท่าทีในการแก้ไข ปัญหา โดยไม่วางตัวเป็นคู่ขัดแย้งและเป็นปฏิปักษ์กับประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งขอให้รัฐมนตรี และหน่วยงานในกํากับยุติการบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริงอันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ความเกลียดชังต่อกลุ่ม ชาติพันธุ์ และกรณีปัญหาป่าไม้ที่ดิน

2) ขอให้ดําเนินการยุติและเพิกถอนการดําเนินคดีกับชาวบ้านทั้ง 30 ราย ทั้งนี้เนื่องจากชาวบ้าน คือผู้ได้รับผลกระทบจากความล้มเหลวจากการถูกบังคับให้อพยพจากพื้นที่ชุมชนเดิมและไม่ได้รับการดูแล คุณภาพชีวิตอย่างที่ควรจะได้รับ เป็นเวลามากกว่า 20 ปี อีกทั้งข้อเท็จจริงในกระบวนการจับกุมดําเนินคดีอาจ เป็นไปโดยมิชอบ อาทิ ขั้นตอนการออกหมายจับ ปฏิบัติการจับกุม การกีดกันไม่ให้พบญาติ การพรากเด็กหรือ ผู้เยาว์ไปจากผู้ปกครองให้ไปอยู่ในการดูแลของบุคคลที่ไม่ได้รับการยินยอม และการกีดกันทนายความ ในขั้นตอนการสอบสวนซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในทางคดี

3) ให้ดําเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับยุทธการพิทักษ์ป่าต้นนํ้าเพชร กระบวนการจับกุม ดําเนินคดีการกีดกันขัดขวางการส่งความช่วยเหลือด้านอาหาร การเยี่ยมเยียนให้กําลังใจจากสาธารณะและการ ทํางานข่าวของสื่อมวลชน

4) สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดถือและดําเนินการตามบันทึกข้อตกลงระหว่างตัวแทนรัฐบาล ที่ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการประทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับตัวแทนภาคี saveบางกลอย ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมและผู้แทนชุมชนบาง กลอย เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 ณ ทําเนียบรัฐบาล อย่างเคร่งครัด

5) ให้แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระที่ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ องค์กรอิสระ ภาค ประชาสังคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปัญหาของชุมชนบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน พร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา

6) ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งรัด ดําเนินการแก้ปัญหาที่ดินในพื้นที่ทับซ้อนกับกระทรวงทรัพย์ รายกรณี ของ ขปส. ก่อนที่เกิดความรุนแรง ขัดแย้ง อย่างกรณีบางกลอย

7) สั่งการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาประชาชน ในฐานะประธานอนุกรรมการฯ เร่ง ดําเนินการจัดประชุมหาทางออก ต่อการแก้ปัญหาประชาชน มิใช่เพียงนั่งรอรายงานความคืบหน้าของส่วน ราชการเท่านั้น

Related Posts