Health

ผู้สูงอายุใน กทม. กล้ามเนื้อไม่แข็งแรงกินอาหารไม่ถูกหลัก ออกกำลังกายไม่เหมาะสม จุฬาฯ เตรียมเปิดศูนย์ให้คำปรึกษาฯ ปลายปี

ความแข็งแรงของมวลกล้ามเนื้อ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตที่ดี และการอยู่ดีมีสุขของผู้สูงอายุ ไม่น้อยไปกว่า การใส่ใจในสุขภาพ การเลือกรับประทนอาหารที่มีประโยชน์ โดยผู้สูงอายุจำนวนมาก ประสบปัญหากล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ส่งผลต่อการทำกิจกรรมและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

งานวิจัยเรื่อง “ความแตกต่างขององค์ประกอบร่างกายในผู้ที่อาศัยในชุมชนเมือง วัยกลางคน วัยสูงอายุตอนต้น วัยสูงอายุตอนกลาง และวัยสูงอายุตอนปลาย” (Differences in body composition of active urban community-dwelling middle-aged, youngest-old, middle-old, and oldest-old adults) ที่เพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศงานวิจัยดีเด่นจากการประชุมวิชาการประจำปี 2564 ของสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย พบว่า

มวลกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุที่ลดลงต่างหาก ที่เป็นปัญหาและส่งผลต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ

รองศาตราจารย์ สมนึก กุลสถิตพร หัวหน้าโคงการวิจัย และประธานกลุ่มรายวิชาโทการควบคุมน้ำหนัก ภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า “กล้ามเนื้อเป็นองค์ประกอบหลักของร่างกายในการทำกิจกรรมการงานต่างๆ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อจะลดลง ความแข็งแรงของร่างกายก็ลดลงไปด้วย ส่งผลให้ผู้สูงอายุจะทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ไม่ดีเท่าเดิม หรือหกล้มง่าย ซึ่งเป็นปัญหาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในทุกวันนี้” 

งานวิจัยนี้เก็บข้อมูลผู้สูงอายุจำนวน 600 คน ช่วงอายุตั้งแต่ 50 – 80 ปีขึ้นไป ที่เป็นตัวแทนกลุ่มประชากรสูงวัย ตามลักษณะชุมชนที่อยู่อาศัยและรายได้ ในพื้นที่ 4 เขตของกรุงเทพ ได้แก่ เขตวังทองหลาง เขตพระนคร เขตภาษีเจริญ เขตดินแดง โดยเริ่มวิจัยตั้งแต่ปี 2562 และกำลังจะสิ้นสุดเดือน พ.ค. ปี 2564

ในช่วงเวลา 3 ปี ทีมนักวิจัยลงชุมชนพร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ตรวจสุขภาพกาย เพื่อตรวจดัชนีสุขภาพผู้สูงอายุ ประเมินการทำงานของรยางค์ขาในผู้สูงอายุ  ประเมินองค์ประกอบร่างกาย มวลกล้ามเนื้อ และวินิจฉัยโรคอ้วนลงพุง โดยเปรียบเทียบองค์ประกอบร่างกายผู้สูงอายุแต่ละคน วิเคราะห์มวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน ด้วยเทคนิค BIA (Bioelectrical Impedance Analysis) ซึ่งเมื่อได้ผลตรวจสุขภาพกายแล้ว นักวิจัยจะให้คำแนะนำเรื่องอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสุขภาพของผู้สูงอายุเฉพาะราย

งานวิจัยพบว่าปัญหาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งมาจากการรับประทานอาหารไม่เหมาะสมและการขาดการออกกำลังกาย

รศ. สมนึก กล่าวถึงปัญหาการออกกำลังกายของผู้สูงวัยว่า  “ปัญหาหลักคือไม่ออกกำลังกาย มีส่วนน้อยที่ออกกำลังกายบ้าง ทั้งออกที่ชมรมผู้สูงอายุ ที่บ้านหรือตามสวนสาธารณะ แต่ถึงแม้จะออกกำลังกายบ้าง เราพบว่าผู้สูงวัยออกกำลังกายไม่เหมาะสมกับระดับสมรรถภาพทางกายและไม่สอดคล้องกับคำแนะนำการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุตามเกณฑ์มาตรฐานสากล”

รศ. สมนึก กล่าวเสริมแนวทางการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัยตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ที่ระบุว่าในแต่ละสัปดาห์ ผู้สูงอายุควรมีกิจกรรมทางกายแบบแอโรบิก (ระดับปานกลางถึงหนัก) ตั้งแต่ 75-300 นาที โดยแต่ละครั้งควรออกกำลังกายต่อเนื่องอย่างน้อย 10 นาทีขึ้นไป นอกจากนี้ ควรมีกิจกรรมเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 2 วันต่อสัปดาห์ เป็นต้น

รศ.สมนึก และ อ.ดร.แพรว ผู้ร่วมวิจัย

“แม้จะรู้ว่าอาหารประเภทใดควรทาน อาหารประเภทใดไม่ควรทาน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็ยังรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ” ดร.แพรว จันทรศิลปิน ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ หนึ่งในผู้ร่วมวิจัย กล่าว

ที่ผ่านมา แม้ทีมผู้วิจัยจะได้ให้คำแนะนำและการอบรมด้านสุขภาพกับผู้สูงวัยกลุ่มเป้าหมาย แต่ยังไม่พอที่จะทำให้เกิดอุปนิสัยการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม  ทีมผู้วิจัยจึงคิดต่อยอดงานวิจัยสู่นวัตกรรมที่จะช่วยติดตามและแนะนำด้านโภชนาการและการออกำลังกายที่เหมาะสมให้กับผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

“เราจะออกแบบเครื่องมือและระบบติดตามการออกกำลังกายสำหรับให้ผู้สูงอายุใส่ขณะออกกำลังกาย เพื่อดูลักษณะการออกกำลังกายที่เหมาะสม รวมถึงการจัดทำแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อติดตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ถ้าผู้สูงอายุทำได้ตามเป้าหมายก็จะมีการให้รางวัล เป็นแรงจูงใจให้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความยั่งยืนทางด้านสุขภาพของผู้สูงวัย” อ.ดร.แพรว กล่าว

ภาพขณะลงพื้นที่ทำการวิจัย

ปลายปีนี้ คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ เตรียมจะเปิดศูนย์โภชนาการและการออกกำลังกายบำบัดทางการแพทย์ (Medical Nutrition and Exercise Therapy หรือ MNET) เป็นแห่งแรกในประเทศ ณ ชั้น15 อาคารจุฬาพัฒน์ 14

 “ทุกวันนี้ผู้ป่วยที่ไปพบแพทย์มักจะได้รับคำแนะนำเรื่องการออกกำลังกายและรับประทานอาหาร แต่ผู้ป่วยยังมองภาพไม่ออกว่าควรจะออกกำลังกายและรับประทานอาหารอย่างไรจึงจะเหมาะสม ศูนย์นี้จะเป็นที่ให้ความรู้ที่เหมาะสมกับสุขภาพแต่ละคน เนื่องจากคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ มีหลากหลายสาขาวิชาที่สามารถนำมาบูรณาการร่วมกันเพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำผู้ป่วยได้” รศ. สมนึก กล่าว 

ในระยะแรก ศูนย์ฯ จะเน้นให้บริการกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน และผู้สูงอายุ และในอนาคต จะขยายการให้คำปรึกษาแก่บุคคลทั่วไป รวมถึงจัดโครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่เหมาะสม เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีแก่ทุกคนก่อนก้าวเข้าสู่ผู้สูงวัย

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นหนึ่งในโครงการย่อยของพันธกิจด้านสภาพแวดล้อมของโครงการบูรณาการสหศาสตร์เพื่อรองรับสังคมสูงวัย หรือ “จุฬา อารี” (Chula Ari :Chulalongkorn University Platform for Aging Research innovation) ที่มีเป้าหมายผลิตงานวิจัยที่ใช้ได้จริงเพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อมโยงมิติต่างๆ 5 ด้าน ทั้งเศรษฐกิจ ประชากรและสังคม สุขภาพ สภาพแวดล้อม เทคโนโลยีและนวัตกรรม เน้นการดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

Related Posts