CRIME

‘ชูวิทย์’ เผยมี จนท.รัฐ เอื้อทุนจีนเทาในไทย

‘ชูวิทย์’ เผยมี จนท.รัฐ เอื้อทุนจีนเทาในไทย ร้อง ‘เสรีพิสุทธ์’ นำ กมธ.ป.ป.ช. สอบเส้นทางการเงิน ‘สันธนะ’ ลั่น “ต้องล้มกระดานให้ได้”

วันนี้ (8 ธ.ค. 65) เวลา 09:30 น. คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร มีการประชุม ณ ห้องกรรมาธิการ อาคารรัฐสภา เพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียน หนึ่งในนั้นคือคำร้องของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตข้าราชการตำรวจสันติบาล ว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนสีเทาในประเทศไทยอย่างไร

โดย นายชูวิทย์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนเข้าประชุมว่า วันนี้จะเปิดเผยต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ว่า ใครอยู่ในกระบวนการนี้บ้าง ไม่มีทางที่เวลา 10 กว่าปี นายตู้ห่าวจะมีเงินมหาศาล หากทำมาหากินสุจริต ต้องมีการเสียภาษี ดูเส้นทางการเงินได้ ส่วนนายสันธนะนั้น นายชูวิทย์ กล่าวถึงว่า เป็นตำรวจที่ถูกให้ออกจากราชการ ลืมตรวจสอบตัวเองว่าทำงานอะไร เสียภาษีหรือไม่ สื่อต้องแยกแยะว่า ใครมีข้อมูล ใครที่พูดความจริง ที่เป็นประโยชน์กับสังคม

“ขอมุ่งเน้นไปที่ประเด็นธุรกิจสีเทา มาเฟีย และเจ้าหน้าที่ที่รับผลประโยชน์ ต้องล้มกระดานให้ได้ หากล้มกระดานไม่ได้ ประเทศไทยก็ไม่ต่างกับกัมพูชา” นายชูวิทย์ กล่าวก่อนขึ้นไปยังห้องประชุมกรรมาธิการ โดยมี พล.ต.อ. เสรีพิสุทธ์ เตมียเวส ประธานกรรมาธิการฯ ให้การต้อนรับและเชิญเข้าห้องประชุม

พล.ต.อ. เสรีพิสุทธ์ เริ่มดำเนินการประชุม โดยให้นายชูวิทย์ ชี้แจงคำร้อง นายชูวิทย์ จึงไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นโดยสังเขปว่า หลังจากที่นายชูวิทย์ออกมาเปิดเผยเรื่องนายทุนจีน นายสันธนะได้พยายามออกมาใส่ร้ายป้ายสีเรื่องยาเสพติดในโรงแรมของตนเอง เมื่อนายสันธนะบุกมาที่โรงแรมพร้อมกับสื่อมวลชน มีการเปิดเผยคลิปที่เข้าข่ายแบล็กเมล์ชัดเจน แต่สรุปคลิปนั้นกลับไม่มีอะไร เมื่อป้ายสีเรื่องยาเสพติดไม่สำเร็จ ก็หันไปเล่นงานนายชูวิทย์ในประเด็นธุรกิจอาบอบนวด ซึ่งก็ไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะกังวลว่า หากมาตอบโต้นายสันธนะอยู่ จะเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นที่ตนเองกำลังเปิดเผยเรื่องธุรกิจทุนจีนสีเทา ที่มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมการปกครอง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่ทุกคนล้วนสนับสนุนให้เกิดกระบวนการทุนจีนสีเทาและมาเฟียในประเทศ

นายชูวิทย์ยังกล่าวว่า เสือมาเฟียทั้ง 5 คนนั้น นายสันธนะ ก็ยอมรับเองว่า รู้จักเป็นอย่างดี และยังอ้างอิงว่าร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้ดูแลกลุ่มนักธุรกิจชาวจีนเหล่านี้อีกด้วย

นายชูวิทย์ กล่าวต่อไปว่า การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปสนับสนุนชาวจีนเหล่านี้ให้ทำธุรกิจสีเทาในไทย ทำให้กลุ่มเหล่านี้เติบโตอย่างมาก โดยเพียงระยะเวลา 10 ปี นายตู้ห่าว สามารถมีรถทัวร์ 500 คัน มีเงินหลายพันล้าน สามารถซื้อบ้านได้ในราคา 200-300 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้นหากมีกฎหมายให้ต่างชาติซื้อที่ดินในไทยได้ ถนนสุขุมวิท ถนนรัชดาภิเษกจะหมดทั้งแถบ ซึ่งคนไทยที่หากินสุจริตไม่มีทางสู้ทุนจีนที่หากินสีเทาได้

ประเด็นคำถามสำคัญที่นายชูวิทย์ตั้งคำถาม จึงอยู่ที่ว่า เมื่อนายสันธนะไม่ได้ประกอบอาชีพใด นายสันธนะรับงานมาเฟียทุนจีนหรือไม่ เพราะออกมาปกป้องบอกว่า มาเฟีย 5 คนนั้นเป็นคนดี ข่มขู่นายชูวิทย์และปกป้องนายทุนจีน จนถึงวันนี้นายสันธนะก็ไม่ยอมจบ ออกมาเล่นงานเรื่องการจ่ายภาษีในธุรกิจโรงแรม ยิ่งไปกว่านั้นได้นำข้อมูลส่วนบุคคลของนายชูวิทย์มาเผยแพร่อีก

“นายสันธนะ มีเป้าประสงค์ที่จะทำลายผม โดยรับงานมาจากนายทุนจีนต่างๆ เหล่านี้ ถึงขนาดขั้นไปประกันตัวนายเดวิด แต่ประกันตัวไม่ได้ ถึงขนาดออกตัวว่าทุนจีนเหล่านี้เป็นคนดี ถึงขนาดออกตัวว่าร้อยเอกธรรมนัสฝากให้ดูแลกลุ่มทุนจีนเหล่านี้ และนายตู้ห่าวถูกส่งไปที่โรงพักยานนาวา ก็ยังไม่ร้องตะโกน ห่าว ห่าว ห่าว เป็นพฤติกรรมที่แปลกประหลาดมาก ถ้าเป็นคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องย่อมไม่ออกตัวแบบนี้”

นายชูวิทย์ ยังตั้งคำถามถึงรายได้ของนายสันธนะ ที่มักออกบอกว่ามีรายได้จากต่างประเทศ โดยเป็นจังเก็ต ซึ่งหมายถึงนายหน้าชักชวนคนไปเล่นการพนัน และอาศัยรายได้จากคอรัปชั่นนั้นได้เสียภาษีหรือไม่ ก่อนจะย้ำว่า ไม่อยากพูดถึงเรื่องเหล่านี้ หากนายสันธนะไม่ออกมายุ่ง

“การเปิดเผยเรื่องธุรกิจทุนจีนสีเทายังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะมีข้อมูลบางอย่างที่ยังเปิดเผยไม่ได้ เนื่องจากยังต่อจิ๊กซอว์ไม่ครบ แต่ยืนยันได้ว่ากระบวนการนี้ เป็นกระบวนการที่ทำลายความมั่นคงของประเทศไทยอย่างชัดเจน ถ้าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น จะทำให้ในอนาคตไม่รู้เลยว่าคนไหนเป็นคนไทย คนไหนเป็นคนจีน”

อย่างไรก็ตาม หลังนายชูวิทย์ชี้แจงแล้ว พล.ต.อ. เสรีพิสุทธ์ เชิญสื่อมวลชนออกจากห้อง เนื่องจากกรรมาธิการฯ จะซักถามในประเด็นต่อเนื่องต่อไป เช่น กรณีการพาตัวนายตู้ห่าวไปพบบุคคลที่ชอบสะสมนาฬิกา และนายตู้ห่าวได้มอบนาฬิกาหรูมูลค่ากว่า 10 ล้าน ให้บุคคลที่ชอบสะสมนาฬิกาเป็นใคร และมีคนที่ใหญ่กว่านี้หรือไม่

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายชูวิทย์ จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่อาคารรัฐสภาในช่วงเที่ยงวัน ภายหลังเสร็จสิ้นการตอบคำถามกรรมาธิการฯ ติดตามความคืบหน้าได้ที่ The Reporters

Related Posts

Send this to a friend