SOCIAL RESPONSIBILITY

แพทย์ห่วงเด็กขาดสารอาหารกระทบพัฒนาการระยะยาว พร้อมช่วยเหลืออย่างยั่งยืน

ประสานกระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบข้อมูลเพื่อช่วยเหลือยั่งยืน พร้อมจับมือภาคเอกชนชั้นนำเปิดตัวแคมเปญ “มื้อนี้พี่เลี้ยง” ช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษให้ทันสถานการณ์  พร้อมสำรวจปัญหาอีกกว่า 500  โรงเรียนที่มีนักเรียนยากจน-ยากจนพิเศษ 100% เพื่อช่วยเหลือต่อไป

รศ.พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการขจัดปัญหาขาดสารอาหาร ภาวะโภชนาการพร่องลด น้อยลง แต่ยังพบเด็กน้ำหนักน้อยและเตี้ยในเด็กยากจนด้อยโอกาส คาดว่ามีเด็กที่มีปัญหาเรื่องขาดสารอาหารจำนวนหลายแสนคน หากไม่ทำอะไรจะเป็นเด็กมีปัญหาไม่มีคุณภาพ และผลการศึกษาระบุว่า เด็กที่ขาดสารอาหารจะเรียนไม่จบ จากข้อมูล พบว่าเด็กที่มีภาวะเตี้ยน่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  โดยภาวะขาดสารอาหารเด็กกลุ่มที่ยากจนมีความเสี่ยงมากเพราะช่วยเหลือตัวเองได้ยาก สังคมและชุมชนต้องมีส่วนเข้าไปช่วยเหลือไม่เช่นนั้นจะไม่มีทางแก้ไขปัญหาได้

“เด็กต้องการสารอาหารที่มีคุณค่าตามโภชนาการเพื่อการเจริญเติบโตด้านร่างกายและสติปัญญา เช่น ธาตุเหล็ก ไอโอดีน ถ้าเด็กได้ธาตุเหล็กไม่เพียงพอตัวจะซีด เป็นโรคโลหิตจาง ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ สมาธิและความจำไม่ดี การเรียนรู้มีปัญหา ไม่มีประสิทธิภาพในการคิดวิเคราะห์ นอกจากนี้ยังเจ็บป่วย ขาดเรียนบ่อย เรียนไม่รู้เรื่อง ผลการเรียนไม่ดี ถ้าอดอาหารนานเหมือนกินตัวเองไปเรื่อยๆ ร่างกายไม่เจริญเติบโต ดังนั้นหากขาดสารอาหารนานๆจะมีผลทำให้ร่างกายผอมและเตี้ย” รศ.พญ.ลัดดา กล่าว

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงลัดดา เหมาะสุวรรณ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า “กสศ.ได้ใช้ระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือระบบ iSEE ติดตามอัตราการเจริญเติบโตของนักเรียนยากจนพิเศษระดับชั้นประถมศึกษา–มัธยมศึกษาตอนต้น ที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข (Conditional Cash-Transfer: CCT) หรือทุนเสมอภาค ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 โดยเปรียบเทียบน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์แสดงการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 5-18 ปี ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข  พบว่า  มีนักเรียนยากจนพิเศษที่มีภาวะขาดสารอาหาร ราวหนึ่งแสนคน โดยเป็นนักเรียนยากจนพิเศษที่มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์อายุ (ผอม) จำนวน 46,053 คน (6.6 % ของนักเรียนยากจนพิเศษ) และน้ำหนักค่อนข้างน้อยจำนวน 54,108 คน (7.8 % ของนักเรียนยากจนพิเศษ) โดยส่วนใหญ่เป็นนักเรียนในระดับประถมศึกษา ราว 73% นักเรียนยากจนพิเศษที่มีภาวะขาดสารอาหาร ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล และพบมากที่สุดในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส นครราชสีมา เชียงใหม่ บุรีรัมย์ และขอนแก่น โดยประสบภาวะขาดสารอาหารเป็นระยะเวลานาน ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเด็กทั้งทางร่างกายและสติปัญญา รวมถึงประสิทธิภาพในการเรียนรู้”

กสศ. จึงได้ร่วมกับ ภาคเอกชนชั้นนำ อาทิ แกร็บ ประเทศไทย เกรฮาวด์ คาเฟ่  เครือบริษัทแสงทองสหฟาร์มและอัครา กรุ๊ป จำกัด บริษัท ซีวา แอนิมัล เฮลธ์ (ประเทศไทย) จำกัด  และบริษัท เงินติดล้อ จำกัด เปิดตัวแคมเปญ “มื้อนี้พี่เลี้ยง” โครงการระดมความร่วมมือพัฒนาระบบอาหารเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้แก่เด็กนักเรียนยากจนพิเศษของ กสศ. และเร่งแก้วิกฤตขาดสารอาหารให้กับเด็กนักเรียนยากจนพิเศษราว 1 แสนคน ซึ่งมีทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจเอกชน เข้ามาร่วมสนับสนุน ทั้งในรูปแบบแพลตฟอร์มการรณรงค์รับบริจาคออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการสนับสนุนทรัพยากรในรูปของเงินบริจาคและอาหาร ให้แก่กลุ่มโรงเรียนที่มีนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ 100% โดยเบื้องต้นจะส่งความช่วยเหลือไปยังนักเรียน 1,000 คนแรกที่อยู่ในภาวะวิกฤต ก่อนขยายผลต่อเนื่อง นอกจากนี้กสศ. จะมีการสำรวจเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพปัญหาที่แท้จริงของทั้ง 500 โรงเรียนที่มีปัญหาเพื่อช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดต่อไป

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเป็นตัวกลางและช่องทางการระดมทุมช่วยเหลือน้องๆ ผู้ด้อยโอกาสผ่านร้านอาหารเสมือนจริง (Virtual Store) ภายใต้ชื่อ “ทุพโภชนา” บนแพลตฟอร์ม GrabFood โดยผู้ใช้บริการแกร็บทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมในการส่งต่อมื้ออาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการให้แก่เด็กนักเรียนยากจนพิเศษ ผ่านแนวคิด #มื้อนี้พี่เลี้ยง ซึ่งผู้บริโภคสามารถร่วมเปลี่ยนมื้ออาหารของน้องๆ ผ่านการสั่งเมนูอาหารในร้านทุพโภชนา โดยจำนวนเงินค่าอาหารจะถูกรวบรวมเพื่อมอบเป็นทุนค่าอาหารให้แก่น้อง ผ่านการบริจาคได้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2563 นี้ เป็นระยะเวลา 2 เดือน

ด้านนายฐิติภูมิ วงศ์เกียรติขจร  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด กล่าวว่า เราได้สร้างสรรค์เมนูพิเศษภายใต้โครงการ The Empty Plate Project จากแนวคิด “เปลี่ยนมื้ออดให้เป็นมื้ออิ่ม” ที่ลูกค้าสามารถ “สั่งทางนี้ อิ่มทางโน้น” โดยจะนำเงินค่าอาหารที่ลูกค้าสั่งจะถูกส่งไปสมทบโครงการมื้ออาหารเช้าสำหรับเด็กที่ขาดแคลน และทางร้านจะเสิร์ฟจานเปล่าซึ่งมีคำขอบคุณจากน้องๆ ด้วยเมนูพิเศษของเด็กๆ ที่เราคิด จะมาพร้อมกับคำบรรยายที่เขียนเล่าเรื่องราวถึงความน่ากิน ความอร่อย และแต่ละเมนูมีความสำคัญต่อเด็กอย่างไรในเชิงโภชนาการ

Related Posts