FEATURE

เมนูไทยโบราณ อาหารแห่งภูมิปัญญากินแล้วไม่อ้วน-ช่วยคลายร้อนได้

ไม่เพียงแค่ช่วยดับร้อน แต่ทว่ายังเป็นเมนูอาหารแห่งภูมิปัญญา ที่คนรุ่นก่อนได้คิดค้นและลองผิดลองถูก กระทั่งออกมาเป็นเมนูคลายร้อนอย่าง “ข้าวแช่” และอีกสารพัดเมนูที่กินคู่กันในช่วงหน้าร้อน อย่าง “แตงโมปลาแห้ง” “กระท้อนลอยแก้ว” และ “มะปราง-มะยงชิดลอยแก้ว” กระทั่ง “ข้าวเหนียวมะม่วง” ที่คนโบราณนำข้าวเหนียว มากินคู่กับผลไม้หน้าร้อน เช่น มะม่วงอกร่อง ที่ถือเป็นวัฒนธรรมการบริโภคที่ฉลาด เพราะหากรับประทานอย่างถูกวิธี ไม่เพียงได้ความอิ่มอร่อย แต่จะช่วยป้องกันโรคอ้วนไปได้ในตัว

The Reporters ได้สอบถามไปยัง “ดร.สง่า ดามาพงษ์” ที่ปรึกษากรมอนามัย และผู้ทรงคุณวุฒิจากสสส.ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรับประทาน “ข้าวแช่” ที่ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เนื่องจากปริมาณแครอรี่นั้นไม่สูง ทำให้การเผาผลาญพลังงานน้อยลง ที่สำคัญยังเป็นเมนูที่ช่วยคลายร้อน ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อน ที่คิดค้นและทดลองปรุง กระทั่งออกมาเป็นเมนูดังกล่าว ขณะเดียวกันเครื่องเคียงของข้าวแช่ เช่น หมูฝอย ลูกกระปิ ยังให้โปรตีนและไขมัน ที่พอดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไป กระทั่งผู้ที่รับประทานเมนูนี้ ยังได้บริโภคผักจากพริกหยวกสอดไส้

พร้อมกันนี้ได้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับเมนูอาหารไทยโบราณอื่นๆ ที่นิยมรับประทานในช่วงหน้าร้อน และถือเป็นเมนูสุขภาพดี เนื่องจากมีพลังงานต่ำ อย่าง “แตงโมปลาแห้ง” และเมนู “ของหวานลอยแก้ว” ต่างๆ พร้อมด้วยวิธีรับประทาน “ข้าวเหนียวมะม่วง” แบบสุขภาพดีไว้น่าสนใจ

ดร.สง่า กล่าวว่า “อาหารไทยโบราณช่วงหน้าร้อนนั้น ถือเป็นภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า ซึ่งคุณรุ่นก่อนได้ส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ ดังนั้นเราต้องภาคภูมิใจในอาหารไทยโบราณ เพราะสมัยก่อนวิวัฒนาการต่างๆยังไม่เจริญ พูดง่ายๆว่าคนยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ หรือยังไม่มีห้องแล็บอาหาร ในการตรวจวิเคราะห์ ว่าสิ่งที่ปรุงขึ้นนั้น มีคุณค่าทางโภชนการต่อร่างกาย ได้แบบครบถ้วนได้อย่างไร ยกตัวอย่างเมนู “ข้าวแช่” ที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนโบราณ ที่ปัจจุบันโลกทันสมัยมากขึ้น และเมื่อนำเอาวิทยาศาสตร์ เข้าตรวจสอบข้าวแช่ในห้องแล็บ”

“จึงพบว่าเมนูนี้มีความพิเศษคือ มีแคลอรี่ต่ำ กินแล้วไม่อ้วน และยังช่วยคลายร้อนได้ และยังอุดมไปด้วยพืชผักสมุนไพร ดังนั้นการกินข้าวแช่ ผู้บริโภคจะได้ทั้งคาร์โบไฮเดรตจากข้าว โปรตีนจากหมูฝอยเนื้อฝอย หรือแม้แต่ลูกะปิ ที่มีไขมันในปริมาณที่พอเหมาะ และที่สำคัญผู้รับประทานเมนูนี้ยังได้กินผักจาก พริกหยวกสอดใส้อีกด้วย ซึ่งเป็นเมนูที่ครบ 5 หมู่ก็ว่าได้อีกทั้งช่วยคุมน้ำหนักไปด้วยในตัว และคนโบราณนั้นเมื่อกินข้าวแช่แล้ว ก็มักจะกินกล้วยน้ำว้า และแตงโมตาม ก็ถือว่าเป็นการกินอาหารคลายร้อน ชนิดอื่นๆเช่นผลไม้ไทยๆไปด้วยในตัว”

ทั้งนี้ “ข้าวแช่” 1 สำรับจะให้พลังงานไม่เกิน 250 กิโลแคลอรี่ และถ้าหากเรากินข้าวปกติ ก็จะได้พลังงานประมาณ 300-400 กิโลแคลอรี่ ซึ่งถ้ารับประทานข้าวแช่ ก็จะได้พลังงานที่ไม่เกิน 300 กิโลแคลอรี่อย่างแน่นอน ดังนั้นร่างกายจึงไม่ต้องเผาผลาญพลังงานมาก ที่สำคัญยังเป็นเมนูที่ช่วยควบคุมไขมันทุกอย่าง ป้องกันโรคอ้วนได้ นอกจากนี้ยังช่วยดับร้อนได้ดี เนื่องจากคนโบราณไม่มีน้ำแข็ง ดังนั้นจึงนำน้ำเปล่าไปใส่ไว้ในหม้อดิน ที่จะช่วยทำให้น้ำมีความเย็น และเมื่อตักมาใส่ข้าวที่หุงไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ทำให้รู้สึกชื่นใจเวลารับประทานคู่กับเครื่องเคียง ที่มีไขมันในปริมาณที่พอดี นอกจากนี้เมนู “แตงโมปลาแห้ง” ที่รับประทานในช่วงหน้าร้อน ก็ถือเป็นเมนูสุขภาพดีเช่นกัน เนื่องจากเป็นอาหาร ที่ให้ความสดชื่นจากแตงโม ที่สำคัญมีพลังต่ำ จึงสามารถรับประทานได้ในช่วงหน้าร้อนนี้ รวมถึงเมนูแกงไทย ก็ช่วยคลายร้อนได้ดี เช่น “แกงเลียง” ที่มีผักและมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก เมื่อรับประทานแล้วจะช่วยคลายร้อนได้เช่นกัน

ของหวานลอยแก้ว เมนูพลังงานต่ำกินแล้วไม่อ้วน

เนื่องจากหน้าร้อนเป็นช่วงที่ ผลไม้ไทยหลายชนิดออกผลผลิต ดังนั้นการกินอาหารคาวแล้ว เช่น กินแกงเลียงแล้ว ถ้าเราจะกินผลไม้ตาม หรือนำมาดัดแปลงเป็นเมนูคลายร้อน เช่น กะท้อน มะปราง มะยงชิดลอยแก้ว ก็เป็นเมนูของหวานที่ช่วยดับร้อนได้ดี และให้พลังงานต่ำ ซึ่งดีกว่าการรับประทานขนมหวานที่ให้แคลอรี่สูง เพราะมีน้ำตาลและไขมันสูง ดังนั้นหากต้องการบริโภคเมนูผลไม้ลอยแก้ว ก็แนะนำให้ใส่น้ำแข็งลงไป เพียงเท่านี้ก็จะให้พลังงาน ที่ไม่มากจนเกินไปสำหรับร่างกายแล้ว

ข้าวเหนียวมะม่วง-เค้กมะยงชิด กินได้แต่กินน้อยลง

หลายคนที่ชอบรับประทาน “ข้าวเหนียวมะม่วง” ที่ถือเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาของคนไทย ที่นำข้าวเหนียวมากินกับผลไม้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่อย่างใด โดยเฉพาะหากจะกินข้าวเหนียวมูน กับมะม่วงอกร่องที่มีความหวานจัด ก็แนะนำให้กินข้าวเหนียวมูนน้อยกว่ามะม่วง เพราะข้าวเหนียวมูล 1 ทัพพีจะให้พลังงานประมาณ 200-300 กิโลแคลอรี่ ดังนั้นถ้ามีน้ำหนักตัวที่มากอยู่แล้ว ก็แนะนำให้กินข้าวเหนียวมูนน้อยลง แต่กินมะม่วงอกร่องมากกว่าเล็กน้อย ก็จะช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้ ส่วน “เมนูเค้กมะยงชิด” ที่ถือเป็นอาหารยุคใหม่ อันที่จริงนั้นไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพียงแต่ว่าในขนมเค้กทุกชนิด จะมีส่วนผสมของแป้ง ไขมัน และน้ำตาลเยอะ ดังนั้นถ้ารับประทานเค้กมะยงชิด ก็สามารถกินได้ แต่รับประทานเพียงชิ้นบางๆเท่านั้น และอย่ารับประทานบ่อยมากเกินไป

Related Posts

Send this to a friend