DEEPSOUTH

กอ.รมน. ภาค 4 สน. เผยความคืบหน้าผลการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อ.มายอ

กอ.รมน. ภาค 4 สน. เผยความคืบหน้าผลการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อ.มายอ ส่งตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่ศูนย์ซักถาม ฉก.ทพ. 43 ตามขั้นตอนกฎหมาย

วันนี้ (6 ก.ค. 69) สืบเนื่องจากการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ภายใต้การอำนวยการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลตรัง อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการสืบสวนขยายผลเหตุลอบวางระเบิดรถนายอำเภอมายอ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569

ในการปฏิบัติภารกิจเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมแสดงตัวและสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้ที่อยู่ภายในบ้าน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ ก่อนที่นายอามิง (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องสงสัยซึ่งมีข้อมูลเชื่อมโยงกับคดีดังกล่าว จะออกจากที่พักและมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่โดยสงบ ส่งผลให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่เกิดเหตุรุนแรง และไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ภายหลังการควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องสงสัยลงบันทึกประจำวัน ณ สถานีตำรวจภูธรมายอ ก่อนเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมายอ และส่งตัวเข้าสู่ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยยึดหลักนิติธรรม การเคารพสิทธิมนุษยชน ความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลการสืบสวนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการยุติธรรม

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าจะบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ ลดความสูญเสีย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการยึดมั่นในหลักนิติธรรม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการอำนวยความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่สันติสุขที่มั่นคงและยั่งยืน

ทั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแส บุคคลต้องสงสัย หรือเหตุผิดปกติ สามารถแจ้งข้อมูลผ่านหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ หรือสายด่วน กอ.รมน. ภาค 4 สน. โทร. 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทุกข้อมูลจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของพื้นที่

Related Posts

Send this to a friend