ประธานสภา กทม. ตั้ง คกก. จริยธรรมสอบปม ส.ก. เสียบบัตรแทนกัน ขีดเส้น 60 วันรู้ผล
ประธานสภา กทม. ตั้ง คกก. จริยธรรมสอบปม ส.ก. เสียบบัตรแทนกัน ขีดเส้น 60 วันรู้ผล หากพบผิดไม่ร้ายแรงแค่ตักเตือน แต่หากผิดจริง ส.ก. เสนอญัตติให้ถอดถอนได้
วันนี้ (7 ต.ค. 69) นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ก. เสียบบัตรแทนกันว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ในคณะกรรมการจรรยาบรรณเรียบร้อยแล้ว โดยตนเองในฐานะประธานสภาฯ จะเป็นผู้กำหนดให้รองประธานสภาฯ เป็นประธานคณะกรรมการ จึงได้มอบหมายให้ นายนริสสร แสงแก้ว รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ประธานสภาฯ ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ เป็นประธานคณะกรรมการ
ส่วนผู้ที่จะเป็นคณะกรรมการตามข้อบังคับจรรยาบรรณสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จะตั้ง ส.ก. ที่เป็นประธานคณะกรรมการทั้ง 14 คณะของสภา กทม. มานั่งเป็นคณะกรรมการดังกล่าว
ทั้งนี้ การนัดประชุมจะค่อนข้างยาก เนื่องจากแต่ละคนมีภารกิจในคณะกรรมการสภาฯ ที่ตนเองเป็นประธานอยู่ ล่าสุดนายนริสสรซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการ จะมีการนัดประชุมในช่วงปลายเดือนนี้ โดยระหว่างนี้ทราบว่าได้ขอให้นายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร ส.ก. เขตยานนาวา และว่าที่ร้อยตรี ไซราม ประกายกิจ ส.ก. เขตสาทร ส่งหนังสือชี้แจงมาก่อน เพื่อจะได้เปิดประชุมครั้งแรก โดยกรอบระยะเวลาตามข้อบังคับจรรยาบรรณกำหนดไว้ 60 วัน หากยังไม่ได้ข้อสรุปก็สามารถต่อเวลาได้อีก 3 ครั้ง ครั้งละ 60 วัน
การที่เรื่องเข้าสู่คณะกรรมการชุดนี้ก็แสดงว่าเรื่องราวมีมูล ส่วนผลที่ออกมาจะมีได้ 2 ทาง คือ ความผิดไม่ร้ายแรง ซึ่งจะนำไปสู่การว่ากล่าวตักเตือนในสภากรุงเทพมหานคร และความผิดร้ายแรง ซึ่งจะนำไปสู่ขั้นตอนที่เพื่อนสมาชิก ส.ก. สามารถรวบรวมชื่อเกินครึ่งหนึ่งของสภา หรือ 25 คน เสนอญัตติให้ถอดถอนได้ เมื่อมีการเสนอญัตติให้ถอดถอน จะต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภากรุงเทพมหานครในการโหวตถอดถอน และหากโหวตถอดถอนแล้ว ก็จะสิ้นสภาพการเป็น ส.ก.
“คณะแรกที่เข้าไปดำเนินการคือคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง มี 3 ท่าน ซึ่งเป็นการเลือกของสมาชิกในสภา โดยกรรมการทั้ง 3 ท่านมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าเรื่องนี้มีมูล ขณะที่ตนเองในฐานะประธานสภาฯ ก็มีสิทธิที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับผลที่ออกมา ซึ่งตนเห็นด้วยกับเรื่องนี้จึงนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการจริยธรรมต่อไป”
นางสาวภัทราภรณ์กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เราให้ความสำคัญมาก ส่วนตัวคิดว่าในระยะเวลากว่า 10 ปี หรือระยะเวลาที่เรามีสภากรุงเทพมหานครมา ยังไม่เคยใช้คณะกรรมการจริยธรรมตามข้อบังคับเลย ครั้งนี้ถือเป็นแรกและจะเป็นการวางบรรทัดฐานให้กับสภากรุงเทพมหานครต่อไปด้วย ส่วนท่าทีของพรรคประชาชน พรรคเองก็ไม่ได้มีอะไร ผิดก็ผิด ถูกก็ว่ากันไปตามนั้น พรรคมองว่าเป็นเรื่องของสภากรุงเทพมหานคร
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนเองเคยไม่โอเคกับพฤติกรรมของ สส. ในสภาฯ ใหญ่ที่เคยมีพฤติกรรมลักษณะเดียวกันคือการเสียบบัตรแทนกัน มองว่าจะต้องมีการพิจารณาในส่วนของพรรคด้วยหรือไม่ นางสาวภัทราภรณ์กล่าวว่า เรื่องนี้ก็มีการคุยกันว่าเราควรจะนำเข้าสู่กรรมการวินัยหรือไม่ แต่เรื่องนี้เมื่อเกิดขึ้นในสภา กทม. แล้ว หลายอย่างก็ยังค่อนข้างคลุมเครือ ดังนั้น ในเมื่อสภา กทม. มีกระบวนการสอบข้อเท็จจริง และมีอำนาจในการเรียกหาหลักฐาน หรือให้พยานมาชี้แจงต่าง ๆ ก็ให้เป็นหน้าที่ของสภา กทม. จะตรงไปตรงมามากที่สุด หากนำไปสู่การถอดถอนจริงก็จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่













