AROUND THAILAND

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จ่อลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะอีก วันที่ 30 ม.ค.นี้พร้อมกรมบังคับคดี

จี้เพิกถอนส่วนรุกล้ำพื้นที่ของรัฐ เตรียมพิสูจน์การออกเอกสารสิทธิเทียบแผนที่ปี 2493 ตั้ง 3 อนุกรรมการทำงานฟื้นฟูเกาะหลีเป๊ะสู่เกาะสวรรค์ดังเดิม

วันนี้ (24 ม.ค. 66) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริง กรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ในการประชุมวันนี้ คณะกรรมการการประชุมมติในที่ประชุมเห็นชอบตรงกัน ว่าจะใช้แผนที่ที่จัดทำขึ้นในปีพ.ศ.2493 ซึ่งเป็นแผนที่ทางอากาศเป็นหลัก ในการพิจารณาปัญหาข้อพิพาทต่างๆ โดยมีการมอบหมายงานให้หน่วยงานต่างๆ โดยชัดเจน

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบจุดที่เอกชนบุกรุกที่ดินอุทยานทั้งหมด 5 จุด ซึ่งในวันพฤหัสบดีที่ 26 ม.ค.นี้ ทางกรมอุทยานฯ จะทำการร้องทุกข์กล่าวหาดำเนินคดีกับผู้บุกรุกทั้งหมดเป็นรายหลัง ไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ท โรงแรม สระว่ายน้ำ หัวแหลมที่อยู่ริมชายหาด กรมอุทยานฯ จะทำการร้องทุกข์ทั้งหมด ในส่วนของชุมชน จะตรวจสอบว่าชุมชนตั้งอยู่โดยชอบหรือไม่ หากตั้งอยู่โดยไม่ชอบก็จะดำเนินคดีเช่นเดียวกัน

พร้อมทั้งในวันจันทร์ที่ 30 มกราคม เวลา 11:00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะเดินทางไปลงพื้นที่อีกครั้งพร้อมเจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์ โดยเอาเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางสำรวจพื้นที่ราชพัสดุ ซึ่งเป็นพื้นที่ของโรงเรียนบ้านเกาะหลีเป๊ะ และ รพ.สต.เกาะหลีเป๊ะ พร้อมเครื่องมือพิเศษ เดินชี้แนวจุดร่วมกับกรมที่ดิน หากพบการบุกรุกก็จะดำเนินคดีด้วย พร้อมทั้งจะไปสำรวจ 15 จุดที่ศาลฎีกาชี้ขาดว่าบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ ร่วมกับกรมบังคับคดี ให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทันทีด้วย

ในประเด็นการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ว่ามีกระบวนการออกเอกสารโดยชอบหรือไม่ เบื้องต้นได้หารือกับอธิบดีกรมที่ดินเกี่ยวกับสารบบที่ดินที่จะถูกส่งมาให้ทางเลขาฯคณะทำงาน รวมไปถึงรายละเอียดของผู้ที่ถือครองที่ดินเอกสารทั้งหมด ต้องถูกส่งถึงคณะทำงานภายในสัปดาห์นี้ โดยให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล เป็นผู้รวบรวมเอกสารเกี่ยวกับผู้ถือครองที่ดินทั้งหมด เข้ามารวมไว้ที่พนักงานสอบสวน นอกจากนั้นจะมีการตรวจสอบการบุกรุกในบริเวณพื้นที่หน้าหาดโดยกรมเจ้าท่า เพื่อดำเนินคดีกับผู้บุกรุกเช่นเดียวกันด้วย

“…วันนี้ที่เห็นได้ชัดคือการดำเนินคดีของกรมอุทยานฯ การดำเนินคดีของกรมธนารักษ์ ในจันทร์นี้นอกจากการลงพื้นที่ร่วมกับกรมธนารักษ์ ยังมีกรมบังคับคดีที่จะลงไปทำการบังคับรื้อถอน และในส่วนพื้นที่ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่ามีการรุกล้ำทั้ง 15 จุด โดยกรมธนารักษ์ กรมที่ดิน กรมอุทยานแห่งชาติฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะทำการตรวจสอบร่วมกัน…” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว

สำหรับการละเว้นหน้าที่ของเจ้าพนักงานของรัฐ การที่มีการออกเอกสารสิทธิรุกล้ำไปในลำรางสาธารณะและเส้นทางน้ำนั้น ต้องตรวจสอบว่าเป็นหน้าที่ของใคร หากพบว่าไม่มีการทำหน้าที่ ทางตำรวจจะดำเนินคดีในมาตรา 157 การละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบแน่นอน

ในเรื่องของการกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินการนั้นยังไม่กำหนด แต่จากข้อมูลการดำเนินการของ พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธาน กรรมการแก้ปัญหาชุดก่อนหน้านี้ ที่มีข้อมูลไว้อย่างรอบคอบและครบถ้วนแล้ว ทำให้สามารถทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น ถ้ามีการใช้กฎหมายอย่างชัดเจนในส่วนของผู้บุกรุกก็จะเห็นภาพขึ้น

รวมถึง หลังจากเพิกถอนก็ยังมีการจัดระเบียบพื้นที่บนเกาะหลีเป๊ะด้วย เพราะหลังลงพื้นที่พบว่าโรงแรมบนเกาะล้วนไม่มีใบอนุญาต ต้องตรวจสอบว่ามีการจ่ายภาษีอย่างไร ต้องตรวจสอบว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ แต่จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ รัดกุม เป็นธรรม และรวดเร็ว เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะเข้าไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ด้วย

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเกี่ยวกับพื้นที่ทั้ง 5 จุดของที่ดิน นส.3 เลขที่ 11 ที่มีการรุกล้ำพื้นที่อุทยานว่าอยู่ตรงไหนบ้าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตอบว่ามีบริเวณหัวเกาะ, รีสอร์ท, สระว่ายน้ำ และพื้นที่อื่นๆ ซึ่งให้ทางกรมอุทยานทำการร้องทุกข์ให้เสร็จสิ้นภายในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อที่จะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการการสอบสวนได้

ส่วนพื้นที่ 60 ไร่ ที่ไม่มีเอกสาร นส.3 และผู้ร้องจะทำการถอนเรื่องขอออกเอกสารแล้วนั้น พบว่าปัจจุบันเป็นทั้งชุมชนและรีสอร์ท ซึ่งหากพบว่ามีการบุกรุกก็จะดำเนินคดี เพราะหากออก นส.3 ไม่ได้แสดงว่าพื้นที่นั้นเป็นของกรมอุทยานฯ และเรื่องของชุมชนที่มีการตั้งชุมชนมาก่อนที่จะออกเอกสาร จะต้องมีการพิสูจน์ โดยแยกเป็น 2 ส่วน คือชุมชนที่อยู่โดยถูกต้องและไม่ถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเกี่ยวความเสียหายต่อเอกชนที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเกิดการเพิกถอน ทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าต้องทำตามหลักของบ้านเมือง เพราะถ้าหากไม่ใช้หลักบ้านเมืองนำในการแก้ปัญหา ก็จะไม่สามารถพูดคุยกันได้ จึงต้องใช้หลักกฎหมายนำ

ซึ่งในการประชุมวันนี้มีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมารวม 3 ชุด เพื่อแก้ไขปัญหาเกาะหลีเป๊ะโดยรอบด้าน ได้แก่ คณะอนุกรรมการการฟื้นฟูที่จะดูแลเรื่องวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น โดยมี พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง เป็นประธาน เป็นผู้ดูแล รวมถึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบังคับการใช้กฎหมาย และคณะอนุกรรมการตรวจสอบสิทธิ์ในที่ดิน ด้วย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังยืนยันว่าที่ดิน นส.3 เลขที่ 11 จำนวน 80 ไร่ในปัจจุบัน อยู่ในพิกัดเดียวกับ สค.1 ไม่มีการบินแต่มีการบวมออกของที่ดิน และจะมีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบหรือไม่ น้ันจะทำการตรวจสอบภายหลัง

“…เรื่องนี้มีสองส่วน เรื่องแรกคือการบังคับใช้กฎหมายใครบุกรุกหรือไม่บุกรุก เรื่องที่สองคือการไล่เอกสารสิทธิ์ว่าออกโดยชอบหรือมิชอบ หากออกโดยมิชอบออกโดยใคร หากเจ้าหน้าที่คนไหนออกเอกสารให้โดยมิชอบก็ต้องดำเนินคดีอาญาไป เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่รัฐในเรื่องนี้ต้องถูกดำเนินคดีแน่…” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว

สำหรับพื้นที่สาธารณะเป็นเรื่องที่คณะทำงานชุดนี้จะต้องมีการจัดการให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอนเพราะจากการลงพื้นที่พบว่า หากปล่อยปัญหาไว้แบบนี้อีกไม่เกินห้าปี จะกลายเป็นกองขยะแน่นอน เกาะนี้จะหมดสภาพเลย เพราะน้ำก็ออกไม่ได้กลายเป็นน้ำขังเน่าเหม็นอยู่กลางเกาะ น้ำท่วม จุดประสงค์สำคัญของคณะกรรมการนี้คือการทำให้เกาะหลีเป๊ะกลายเป็นเกาะสวรรค์ดังเดิม ไม่ใช่เพียงแค่การรื้อถอนหรือเพิกถอน แต่ต้องทำให้สภาพของเกาะกลับมาเป็นเกาะที่สวยงาม และจะพยายามดำเนินการโดยรวดเร็วที่สุด

Related Posts

Send this to a friend