AROUND THAILAND

เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มการระบายน้ำ รับมือน้ำเหนือที่เพิ่มขึ้นจากพายุมู่หลาน

วันนี้ (10 ส.ค. 65) นายชวลิต ฉลอม ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า ฝนที่ตกบริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 จ.นครสวรรค์ จะเพิ่มขึ้น 1,000 – 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี ทำให้จะมีปริมาณน้ำไหลมารวมกันหน้าเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณ 1,000 -1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำนักงานชลประทานที่ 12 จึงต้องบริหารจัดการน้ำ โดยการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ในเกณฑ์ 700 – 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และผันน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ตามศักยภาพของคลองที่จะรับน้ำได้ โดยไม่ให้ส่งผลกระทบกับพื้นที่การเกษตร เนื่องจากช่วงเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายน เป็นช่วงที่เกษตรกรใกล้เก็บเกี่ยวผลผลิต การผันน้ำเข้าระบบจึงต้องพิจารณาไม่ให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่เกษตรของเกษตรกร

สำหรับพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา 700-1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ยังคงเป็นพื้นที่เดิม คือ พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง , คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และ ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) โดยน้ำจะสูงขึ้น 20 – 80 เซนติเมตร

ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังไม่มีผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาในช่วงนี้ เนื่องจากมีการควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C29A บางไทร ในเกณฑ์ไม่ให้เกิน 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งปัจจุบัน มีน้ำไหลผ่าน 1,139 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่ายังต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุมอีกมาก

Related Posts

Send this to a friend