AROUND THAILAND

เอกชนงานเข้า ชาวบ้านสมุทรสงครามพร้อมใจยกมือ “ไม่เอาอู่ซ่อมเรือ-คลังน้ำมัน”

ประชาคมคนรักแม่กลอง เปิดเวที “บทเรียนเรือน้ำมันระเบิด อนาคตที่คนแม่กลองต้องร่วมกำหนด” เพื่อสอบถามความคิดเห็นชาวบ้านในพื้นที่ ต.แหลมใหญ่ ต.บางจะเกร็ง และ ต.ใกล้เคียง ใน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ถึงความรู้สึกของคนสมุทรสงคราม ต่อเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมันระเบิด สาเหตุและความเสี่ยงในปัจจุบัน รวมถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

เวทีเสวนา มีคำถามสำคัญ คือ ชาวบ้านในพื้นที่ยังต้องการอู่ซ่อมเรือและคลังน้ำมันอีกหรือไม่ ปรากฏว่า ชาวบ้านพร้อมใจกันยกมือ แสดงความจำนงค์ ไม่ต้องการให้มีอู่ซ่อมเรือและคลังน้ำมันในพื้นที่ เพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อตัวเองและบุคคลในครอบครัว เนื่องจากไม่มั่นใจในมาตรการรับมือ กฎหมาย รวมถึงระบบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

หลังการเสวนา ประชาคมคนรักแม่กลองจะนำความเห็นของชาวบ้าน ไปเสนอต่อสำนักงานประจำจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการ

ย้อนไปเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 65 บริษัทเอกชน เจ้าของท่าเรือ ในพื้นที่หมู่ 8 ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นท่าเรือที่เกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันระเบิด ช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ เพื่อประกอบรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA โครงการท่าเทียบเรือ ที่จากเดิม ให้บริการจอดเรือ เช่น เรือประมงและเรืออื่นๆ ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าให้ใช้เป็นท่าเทียบเรือขนาดไม่เกิน 500 ตันกรอส จนเมื่อเดือนตุลาคม 63 เจ้าของได้ขายหุ้นทั้งหมด ให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ เข้าดำเนินกิจการให้บริการเป็นอู่ต่อเรือ ทั้งซ่อมแซมบำรุงเรือ ตัดแปลงเรือ และบริการต่อเรือใหม่ โดยสามารถรองรับเรือที่มีขนาดเกินกว่า 500 ตันกรอสได้ เพื่อความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ บริษัทจึงต้องขยายธุรกิจให้บริการ

ทั้งนี้ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562 กำหนดให้โครงการประเภทท่าเทียบเรือ ที่รองรับเรือขนาดตั้งแต่ 500 ตันกรอสขึ้นไป หรือมีความยาวหน้าท่าตั้งแต่ 100 ม. แต่ไม่ถึง 300 ม. หรือมีพื้นที่ท่าเทียบเรือรวม ตั้งแต่ 1,000 ตร.ม. แต่ไม่ถึง 10,000 ตร.ม. ต้องทำ EIA

หลังจากบริษัทชี้แจงรายละเอียดโครงการต่อชาวบ้าน สื่อมวลรายงานบรรยากาศในเวทีรับฟังความคิดเห็น ว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่แสดงความกังวล หากมีการสร้างท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ จะกระทบสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ทั้งทิศทางการไหลของน้ำ วิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาจต้องเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงอุบัติเหตุอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการ ซึ่งทางบริษัทฯ รับว่า จะกลับไปรวบรวมข้อมูลทั้งหมด มานำเสนออีกครั้งในการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ก่อนจะให้ชาวบ้านตัดสินใจว่า เห็นด้วยหรือไม่กับโครงการนี้

ภาพ: แฟ้มภาพเหตุการณ์เรือน้ำมันระเบิด

Related Posts

Send this to a friend