POLITICS

‘ณัฐพงษ์’ ซัดรัฐบาลปลดล็อกกัญชา แต่เกิดช่องว่างของกฎหมาย ทำทั่วโลกมองไทยเป็นศูนย์ส่งออกยาเสพติด

‘ณัฐพงษ์’ ซัด ‘อนุทิน-พรรคภูมิใจไทย’ ปลดล็อกกัญชา แต่เกิดช่องว่างของกฎหมาย เกิดปัญหาลุกลามบานปลาย ทำรัฐบาลทั่วโลกมองไทยเป็นฐานปฏิบัติการแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ – ศูนย์กลางส่งออกยาเสพติด – กัญชาเถื่อน จี้นายกฯ กำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง – ออกกฎหมายควบคุม

วันนี้ (8 ก.ค. 69) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 8 ของพรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค แถลงเรียกร้องรัฐบาลจัดการปัญหายาเสพติด

นายณัฐพงษ์กล่าวถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่งข้อเรียกร้องไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่เคยปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดจนทำให้เกิดช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายและเกิดผลกระทบ โดยหยิบยกข่าวที่ปรากฏต่อสาธารณะว่าประเทศไทยกำลังกลายเป็นฮับส่งออกกัญชาของโลก และไทยกำลังถูกมองจากรัฐบาลทั่วโลกว่าเป็นฐานปฏิบัติการให้กับแก๊งอาชญากรข้ามชาติและผู้ค้ายาเสพติด กรณีที่เป็นข่าวใหญ่คือกรณีแอร์โฮสเตสสาวที่ถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับเฮโรอีน และหลายกรณียังเกี่ยวข้องกับกัญชาเพราะมีการจับกุมล็อตใหญ่หลายล็อต

นายณัฐพงษ์ได้อ้างอิงตัวเลขการจับกุมของศุลกากรในช่วงเดือนตุลาคม – พฤษภาคม 2569 จับกุมได้ 3,000 คดี น้ำหนักรวมกันกว่า 300,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท และยังมีอีกหลายกรณีที่ไม่สามารถจับกุมได้เพราะเล็ดลอดไปยังต่างประเทศ หรือกรณีที่เกิดขึ้นที่ฮ่องกงที่มีการจับกัญชาแห้ง 23 กิโลกรัม มูลค่า 16.9 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีที่โปแลนด์และเยอรมนีที่มีการซุกซ่อนผ่านตู้คอนเทนเนอร์ จับกุมได้ 1.2 ตัน มูลค่า 450 ล้านบาท หรืออีกตัวอย่างที่อินโดนีเซียที่มีการตรวจยึดช่อดอกกัญชาคุณภาพสูงจากประเทศไทย 3.37 ตัน

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ปัญหาตอนนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้รับความเสื่อมเสียจากการที่ไทยเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรข้ามชาติ ส่วนหนึ่งคือกัญชาซึ่งในหลายประเทศปลายทางยังคงเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย ซึ่งในปี 2565 ช่วงที่นายอนุทินดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและมีการปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนไทยโดยตรงคือภาครัฐเปิดเผยตัวเลขพบว่าคนที่เป็นผู้ป่วยจิตเวชจากการเสพกัญชาเพิ่มขึ้น 3 เท่า ระหว่างก่อนและหลังการปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด โดยในปี 2562 มีผู้ป่วยทางจิตจากการเสพกัญชา 6,500 คน แต่หลังจากมีการปลดล็อกกัญชา ในปี 2566 ตัวเลขผู้ป่วยสูงขึ้นกว่า 20,000 คน

“อันนี้เป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนที่สุดว่า การปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด โดยไม่มีกฎหมายกำกับควบคุมดูแลอย่างดีเพียงพอ ทั้งในแง่ของคนซื้อรวมถึงการออกใบอนุญาต ยังเป็นประเด็นที่ทำให้ปัญหาลุกลามบานปลายในประเทศเราในปัจจุบัน พรรคประชาชนไม่ได้เห็นค้านเรื่องการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ แต่การมีกฎหมายกำกับควบคุมดูแลที่เข้มงวดและดีเพียงพอ เป็นสิ่งที่นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยละเลยตลอด 4 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2565 – 2569” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์กล่าวยกตัวอย่างว่า กฎหมายฝั่งผู้เสพเป็นไปได้อย่างไร ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไม่มีการกำหนดอายุขั้นต่ำที่จะซื้อผลิตภัณฑ์จากกัญชา ทั้ง ๆ ที่เรื่องการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลมีกฎหมายกำกับ แม้รัฐบาลจะอ้างว่ามีใบอนุญาตกำกับดูแลในส่วนนี้ แต่ไม่มีโทษทางอาญา การถอนใบอนุญาตเป็นโทษที่เบามาก ซึ่งยังเป็นช่องว่างของกฎหมายทำให้ไม่สามารถกำกับดูแลเรื่องฝั่งผู้เสพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ผู้ผลิตตาม พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์ไทย พ.ศ. 2542 มีใบอนุญาตเพียง 3 ชนิด คือ 1. ใบอนุญาตขายและแปรรูป 2. ใบอนุญาตการส่งออก 3. ใบอนุญาตการวิจัย แต่ไม่มีใบอนุญาตในการผลิต ส่งผลกระทบทำให้หน่วยงานของรัฐไม่สามารถทราบได้ว่าสต็อกหรือปริมาณกัญชาที่ผลิตในประเทศมีปริมาณเท่าไร ทำให้ไม่เห็นสเกลของปัญหา และไม่รู้ว่าการที่จะป้องกันไม่ให้ส่งออกไปยังประเทศปลายทางนั้นจะกำกับดูแลได้อย่างทั่วถึงหรือไม่ ซึ่งเป็นช่องโหว่และช่องว่างของกฎหมายในปัจจุบันที่เกิดขึ้นจากนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยโดยตรง

ดังนั้น ข้อเรียกร้องที่ส่งโดยตรงไปถึงรัฐบาลในระยะสั้น หนีไม่พ้นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะต้องลงไปกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น ป.ป.ส. หน่วยงานความมั่นคง และกรมศุลกากร ต้องบล็อกไม่ให้มีการส่งออกกัญชาจากประเทศไทยรวมถึงยาเสพติดชนิดอื่นไปยังประเทศปลายทาง เพื่อไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสื่อมเสียไปมากกว่านี้

สำหรับในระยะกลางและระยะยาวต้องเร่งผ่านกฎหมายเพื่อควบคุมกัญชาในประเทศ โดยทราบว่าตัวแทนของรัฐบาลให้สัมภาษณ์ว่าพร้อมที่จะผลักดันกฎหมาย แต่เชื่อว่า 4 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่พรรคภูมิใจไทยอาจจะเกียร์ว่างไปหน่อย จนทำให้เกิดช่องว่างในกฎหมายและทำให้ปัญหาลุกลามบานปลายมาถึงปัจจุบัน โดยพรรคประชาชนพร้อมที่จะพิจารณากฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อทำให้การกำกับดูแลของการผลิตและการใช้การขายกัญชาในประเทศมีประสิทธิภาพมากกว่านี้

Related Posts

Send this to a friend