CRIME

‘เจเศรษฐ์’ นำทีมแถลงผลปฏิบัติการย้อนเกล็ดมังกร 3 จับกุมปลัดอำเภอ-ผู้ใหญ่บ้าน จ.กาญจนบุรี ทุจริตใบแจ้งเกิดเท็จ

วันนี้ (5 พ.ค.69) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.), นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี, สำนักงาน ป.ป.ท.และตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร ep.3”

นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า ในฐานะตัวแทน นายกฯ ขอแถลงผลปฏิบัติการย้อนเกล็ดมังกร ep.3 ปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติไทย ด้วยวันนี้กระทรวงมหาดไทย โดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ร่วมกับฝ่ายปกครอง จ.กาญจนบุรี, ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC), ตำรวจภูธร จ.กาญจนบุรี และสำนักงาน ป.ป.ท.ร่วมกันจับกุมปลัดอำเภอและขบวนการนายหน้าแจ้งเกิดเท็จให้ลูกคนจีน-เมียนมาได้สัญชาติไทย จำนวนอย่างน้อย 10 คน เหตุเกิดที่สำนักทะเบียนท้องที่ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ในห้วงระหว่างเดือน เม.ย.2568-ก.พ.2569 คดีนี้มีผู้ร่วมกระทำผิดทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและขบวนการนายหน้า จำนวนอย่างน้อย 15 คน กระทำความผิดในฐานร่วมกันทำให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยได้มีการจับกุมผู้ต้องหาสำคัญตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 7 จำนวน 3 คน ได้แก่ ปลัดอำเภอ ในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้งการเกิด, ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะผู้รับแจ้งย้ายเข้า และชายไทย ซึ่งเชื่อว่าเป็นขบวนการนายหน้า

นายเจเศรษฐ์กล่าวอีกว่าตนเองขอชื่นชมทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะ DOPA N.I.C.E. ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเรามีขั้นตอนกระบวนการในการตรวจสอบโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เราได้ให้การป้องปราม ป้องกัน ขุดรากถอนโคนอาชญากรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐ อาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ ทุนเทา กลุ่มต่างชาติที่แอบอ้างใช้ทะเบียนราษฎรของไทย ซึ่งถือเป็นภัยความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง

ในช่วงท้ายนายเจเศรษฐ์ยังฝากไปยังเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจมีพฤติกรรมแบบนี้ อาจจะเคยทำแล้วทำอยู่ โดยเรื่องเหล่านี้มีหลักฐานชัดเจนสามารถระบุตัวบุคคลได้ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลเอาจริงที่จะจัดการอย่างเด็ดขาด

นายวิฑูรย์กล่าวว่า กรณีนี้สืบต่อจากที่ อ.โพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา ที่นั่นศูนย์ปราบปรามฉ้อโกงออนไลน์ตำรวจสอบสวนกลางได้พบว่ามีการทุจริตปลอมแปลงสูติบัตรโดยเมื่อตรวจสอบได้พบจุดเชื่อมโยงกัน โดยที่จังหวัดนครราชสีมามีการแอบอ้างพ่อเป็นคนไทยแม่เป็นคนจีน แต่เมื่อสืบจากใบแจ้งเกิดดังกล่าว ต้นจากอำเภอหนองปรือจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีพ่อเป็นคนไทยแม่ชาวเมียนมา ซึ่งมีการรับรองจากปลัดอำเภอคนดังกล่าว ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านจะเป็นคนนำรายชื่อเข้าบ้านที่อำเภอหนองปรือก่อนที่จะย้ายออกไปอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ยังพบจากพ่อคนไทยแม่ชาวเมียนมา เป็นพ่อคนไทยแม่ชาวจีน จึงตรวจสอบเชิงลึกว่าเชื่อมโยงกันอย่างไร และตอนนี้ตรวจสอบแค่ส่วนหนึ่ง และเราจะมีการขยายผลต่อไป

ด้านว่าที่ ร.ต.ธนาวัติ อิณทรสุวรรณ์ หัวหน้าชุดในการทำคดีดังกล่าว เล่าถึงความเชื่อมโยงว่า กรณีนี้สืบเนื่องจากการตรวจค้นในพื้นที่อำเภอโพธิ์กลางและอำเภอห้วยแถลง จ.นครราชสีมา โดยอำเภอห้วยแถลงพบเป็นบ้านที่เราเรียกว่าบ้านผี แต่คนที่ได้รับการแจ้งเกิดตั้งแต่ปี 68-69 มีแค่เด็กจาก อ.หนองปรือ และได้ย้ายเข้าไปอยู่ในพื้นที่ อ.โพธิ์กลางและ อ.ห้วยแถลงก็ย้ายไปบ้านผี มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อและสัญชาติของบิดาหรือมารดาของเด็ก อีกทั้งพบกลุ่มเครือข่ายนายหน้าที่เคยกระทำความผิดเมื่อปี 62 ที่ขณะนั้นมีขบวนการคนจีนสวมตัว 7 ราย แต่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นที่ อ.วังม่วง จ.สระบุรี โดยเป็นกลุ่มนายหน้าเครือข่ายเดียวกัน รวมถึงมีอดีตปลัดอำเภอที่โดนไล่ออกจากราชการเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วร่วมด้วย ทั้งการอ้างพยาน คนทำคลอด คนรับรอง ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นพยานเท็จ เบื้องต้นตรวจเจอ 10 คน แต่เราเชื่อว่ามีมากกว่านี้ และจากการพูดคุยก็มีมากกว่านี้ ดังนั้นจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป

ขณะที่ ผู้ว่าฯ กาญจนบุรีกล่าวว่า รับทราบปัญหานี้ช่วงมีนาคมจากนายอำเภอหนองปรือว่ามีการประสานงานกันกับกองปราบปรามการทุจริตทางทะเบียน จึงติดตามตรวจสอบมาโดยตลอด พบว่าเป็นเช่นนั้นจริง มีขบวนการรับแจ้งเกิดโดยมิชอบ เมื่อชัดเจนได้มีการเพิกถอนรายการดังกล่าวไปแล้ว 5 ราย หากตรวจพบเพิ่มเติมและชัดเจนจะเพิกถอนรายการต่อไป ขณะที่ผู้ที่ถูกจับกุมทั้งปลัดอำเภอและผู้ใหญ่บ้าน ทางจังหวัดจะมีกระบวนการดำเนินการทางวินัยด้วย โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อให้กระบวนการอื่น ๆ เดินหน้าต่อไป ขอให้มั่นใจว่าเรื่องนี้จะดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย อะไรผิดถูกก็ว่าไปตามนั้น จะดำเนินการด้วยความถูกต้องต่อไป

พ.ต.อ.นิยม นิยา ผกก.สภ.หนองปรือกล่าวว่า เราได้รับคำร้องทุกข์จากกองปราบปรามทุจริตทะเบียนราษฎร ซึ่งได้สอบสวนสืบสวนและขอศาลคดีทุจริตประพฤติมิชอบออกหมายจับ โดยร่วมกันกับปกครอง ตำรวจ ควบคุมตัว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวน ก่อนที่จะส่งตัวให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป

Related Posts

Send this to a friend