‘อัครแสนคีรี’ จี้รัฐแก้ PM 2.5 ให้ถูกจุด จับ-ปรับ เกษตรกร แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
‘อัครแสนคีรี’ จี้รัฐแก้ PM 2.5 ให้ถูกจุด จับ-ปรับ เกษตรกร แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ย้ำ เกษตรกรไม่อยากเผา แต่ติดต้นทุนสูง มิหนำซ้ำค่าน้ำมันพุ่ง จี้ รัฐบาลอัดงบช่วยเครื่องจักรเก็บเกี่ยว กระจายจุดรับซื้อวัสดุเหลือทิ้ง เกษตร-จ่ายเงินเยียวยา ดีกว่าปล่อยชาวบ้านไร้ทางเลือกจนต้องเผา
วันนี้ (31 มี.ค. 69) นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส. ชัยภูมิ ในฐานะโฆษกพรรคกล้าธรรม ระบุว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่กลับมาสร้างผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศ ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีข้อถกเถียงถึงต้นตอของปัญหา โดยเฉพาะการเผาในภาคการเกษตร ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ แต่การแก้ไขปัญหาจะต้องมองให้ลึกถึงโครงสร้างต้นทุนและข้อจำกัดของเกษตรกร ไม่ใช่เพียงการใช้มาตรการทางกฎหมายเข้มงวดเพียงอย่างเดียว
นายอัครแสนคีรี ระบุต่อว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีใครต้องการเผาพื้นที่การเกษตร เพราะต่างตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของตนเองและคนในชุมชน แต่สิ่งที่ผลักดันให้ต้องเลือกวิธีดังกล่าว คือภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นค่าเก็บเกี่ยวที่แพงขึ้น ราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูง รวมถึงค่าน้ำมันที่ยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“วันนี้เกษตรกรอยู่ในภาวะที่ต้องแบกรับต้นทุนหลายด้าน การจะนำเศษวัสดุทางการเกษตรไปจัดการด้วยวิธีอื่น เช่น การไถกลบ หรือการนำไปแปรรูป แม้จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มได้ แต่ติดปัญหาสำคัญคือเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นมีราคาสูง เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงได้” นายอัครแสนคีรี กล่าว
นายอัครแสนคีรี กล่าวต่อว่า หากภาครัฐต้องการลดการเผาอย่างจริงจัง จำเป็นต้องมีมาตรการรองรับที่เป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่เพียงการ จับและปรับ ซึ่งอาจยิ่งซ้ำเติมความเดือดร้อนของเกษตรกร โดยตนขอเสนอให้รัฐบาลเร่งพิจารณาจัดหาอุปกรณ์หรือเครื่องจักรกลการเกษตรในราคาที่เข้าถึงได้
“การจะบอกว่าไม่ให้เผา เป็นเรื่องที่พูดได้ แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือรัฐต้องหาทางออกให้เขาด้วย เพราะถ้าไม่มีทางเลือก เกษตรกรก็ไม่มีทางอื่นนอกจากวิธีที่ต้นทุนต่ำที่สุด” นายอัครแสนคีรี กล่าว












