POLITICS

นายกฯ เผย เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้านในสภาฯ เป็นเรื่องปกติ ยันไม่ใช่เจรจาขอเบาอภิปรายซักฟอก

นายกฯ เผย เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้านในสภาฯ เป็นเรื่องปกติ ยันไม่ใช่เจรจาขอเบาอภิปรายซักฟอก บอกรับฟังทุกฝ่ายเหมือนฟังเสียงประชาชน มองปม สส.ไอเดียร์ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ชี้เรื่องทรัพย์สินให้ถาม ป.ป.ช.เงินบริจาคพรรคให้ถาม กกต. ยอมรับ ‘ละเหี่ยใจ’ อยากเห็นการเมืองสร้างสรรค์ มุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนมากกว่า

วันนี้ (28 ต.ค.69) เวลา 15.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าไปทักทาย สส.ฝ่ายค้านในระหว่างการเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ว่าทักตลอดไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตนต้องเดินไปหยิบบัตรผ่านทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เมื่อเราไม่ได้ทำหน้าที่เราก็รู้จักกันทุกคน การทักทายยิ้มแย้มแจ่มใสให้กันไม่ใช่ว่าทุกคนจะไม่ทำหน้าที่ ไม่ใช่เป็นการเข้าไปบอกว่าให้เบา ๆ หน่อยหรือไปเจรจาอะไรทั้งสิ้นในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างตนเดินผ่านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายชวน หลีกภัย สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ต้องยกมือไหว้หากเดินผ่านแล้วไม่ยกมือไหว้ผู้สื่อข่าวต้องถามแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

นอกจากนี้ยังเดินผ่าน สส.ชลบุรี พรรคประชาชนที่เคยพูดเรื่องเสื้อวินจักรยานยนต์สีน้ำเงิน ที่ผ่านมาตนก็รับฟังเพราะการฟัง สส.ก็เหมือนกันฟังประชาชน ซึ่งถือเป็นการเปิดกว้างแยกแยะได้ ส่วนเรื่องของการตรวจสอบตนก็ไม่คิดว่าการทักทายหรือการรับฟังจะทำให้พรรคฝ่ายค้านมายกมือโหวตให้กับตน เพราะถือเป็นอีกหนึ่งเสียงในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน บางครั้งมีประชาชนยื่นจดหมายน้อยมาหรือมีการมาพูดอะไรให้ฟัง ผลก็นำกลับไปคิดทั้งหมดอะไรแก้ไขได้ก็รีบทำทันที

เมื่อถามว่าการพบนางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทยได้มีการกำชับอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่าต้องทำตามกฎหมายทุกอย่าง ในการทำหน้าที่ สส.ก็ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินให้ตรวจสอบ หากมีใครสงสัยก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตรวจสอบ และหากสงสัยในเรื่องของเงินบริจาคเข้าพรรคภูมิใจไทยก็ต้องไปถามคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. หากไปหาข้อมูลและมาสรุปกันเองก็ไม่ใช่เป็นข้อมูลที่เป็นทางการ หากเป็นเรื่องของพรรคการเมืองให้ไปถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หากเป็นเรื่องทรัพย์สินนักการเมืองก็ต้องไปถามคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ส่วนเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เหนื่อยใจใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไม่เหนื่อย เพราะว่าไปแล้วก็ไม่เกี่ยวกับตน แต่มัน “ละเหี่ยใจ” พร้อมแซวผู้สื่อข่าวว่า “เด็กสมัยนี้จะรู้จักคำว่าละเหี่ยใจหรือไม่ มันคล้ายกับว่ามันเพลีย มันควรจะเป็นเรื่องสร้างสรรค์ เป็นเรื่องที่ต้องถามว่าประชาชนเดือดร้อนอะไร การเยียวยาเป็นอย่างไร หรือนายกฯ ไปจัดการการเยียวยาให้กับประชาชนหรือยัง นี่คือหน้าที่ของคนที่ดูแลประชาชนพึงจะกระทำ”

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่าอย่างเรื่องค่าน้ำชา 7 ล้านบาท ตนก็ต้องออกมาชี้แจง เพราะถ้าไม่ออกมาชี้แจงคนก็กดแชร์ไปเรื่อย ไม่ได้ทำสิ่งที่มีประโยชน์เลย แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะประชาชนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปจะได้รู้ว่าตอนนี้มันเริ่มเป็นการเล่นเกมนอกกติกานอกมารยาท

ส่วนที่นายชัยรัตน์ออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่เจ้าของเพจ Goddam นั้น นายอนุทินระบุว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของตำรวจ เพราะตำรวจไม่ได้ไปจับตามคำสั่งตน เพราะถ้าตนจะแจ้งความต้องไปแจ้งคนที่แชร์เป็นหลักก่อน ส่วนนาย Goddam (นายชัยรัตน์) ที่ออกมาแชร์ข้อมูลสลิปปลอมจำนวน 7 ล้านบาท แต่พอพิสูจน์ได้ว่าไม่เป็นความจริงก็ลบโพสต์และมาโพสต์อีกทีว่า “อนุทินมึงตายแน่” เขาจึงถูกดำเนินคดีเรื่องนี้เพราะถือเป็นการข่มขู่มุ่งหวังจะเอาชีวิตตนหรือไม่ ตำรวจจึงไปดำเนินการ พร้อมกล่าวย้ำว่าคนแชร์ต่างหากที่ผมจะต้องไปดำเนินการแจ้งความ

Related Posts

Send this to a friend