นายกฯ ลั่น ไม่ประนีประนอมคนทำผิดกฎหมาย ปมหมายจับ ‘เบน สมิธ’ คดีฟอกเงินข้ามชาติ
นายกฯ ลั่น ไม่ประนีประนอมคนทำผิดกฎหมาย ปมหมายจับ ‘เบน สมิธ’ พร้อมพวก คดีฟอกเงินข้ามชาติ-ซุกหุ้นไทย ซัดพวกฟอกเงิน-สแกมเมอร์ ถ่วงความเจริญประเทศ ทำรัฐบาลเดินหน้าไม่ได้ ยันรัฐบาลไฟเขียวทุกหน่วยงานปราบปรามให้สิ้นซาก
วันนี้ (27 ต.ค. 69) เวลา 15.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการออกหมายจับนายเบน สมิธ พร้อมพวก 6 รายในคดีฟอกเงินข้ามชาติ สมคบกันทำความผิดและความผิดเกี่ยวกับการถือหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเรื่องใหม่ใด ๆ ทั้งสิ้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่าตนดีใจและได้พูดกับพลตำรวจเอก สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เกี่ยวกับเรื่องสืบสวนสอบสวนในการดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใส ซึ่งท่าน ผบ.ตร.ก็บอกว่า “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” แสดงว่าแนวนโยบายหรือแนวทางการดำเนินงานที่ตนได้มอบหมายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องสืบสวนสอบสวนนำไปปฏิบัติทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เขาก็รับไปดำเนินการ ซึ่งตนก็ดีใจลึก ๆ ว่าเราไม่ได้เตี๊ยมอะไรกัน เพราะ ผบ.ตร.ก็พูดว่า “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ก็ชัดเจนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมิสเตอร์อะไร นายอะไร เป็นมาดามอะไร ถ้าเกิดทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีตามบทบัญญัติของกฎหมาย
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่าตนคิดว่าผู้สื่อข่าวช่วยนำเสนอข่าวให้พี่น้องประชาชนได้คลายความกังวลได้เลย ซึ่งเรื่องการช่วยไม่มี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลอยู่
“ไอ้เรื่องเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่ถ่วงการทำงานของรัฐบาล ใครทำผิดกฎหมาย ใครฟอกเงิน ใครทำสแกมเมอร์ มันเป็นการกระทำความผิดที่ถ่วงความเจริญของประเทศ รัฐบาลมีหน้าที่ความเจริญให้กับประเทศ ทำความงอกงามให้กับประเทศ และก็มาถูกไอ้พวกนี้ถ่วงเอา ๆ มันก็เดินหน้าไปไหนไม่ได้ ฉะนั้นสิ่งที่เราทำไม่มีทางเลือกอื่นก็คือต้องปราบปรามให้สิ้นซาก การปราบปรามให้สิ้นซากก็คือหน่วยงานทุกหน่วยงานจะได้รับการสนับสนุนไฟเขียวทุกแยกจากรัฐบาลให้ไปดำเนินการให้เกิดความสงบเรียบร้อยและดำเนินคดีกับคนที่ทำผิดกฎหมายทุกคนให้ถึงที่สุด” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามว่ามีการรายงานผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ว่ายังอยู่ในประเทศ นายกรัฐมนตรีระบุว่าเราก็ขยายผลมาเรื่อย ๆ เมื่อวานก็มีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งรายแล้ว เราก็ไม่ไปถามเพราะเราคือนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้ารัฐบาล เรามอบนโยบายไปแล้วว่าเราไม่ประนีประนอมกับเรื่องการกระทำที่ทำผิดกฎหมายเหล่านี้ แนวทางการปฏิบัตินั้นปฏิบัติอย่างไร ยุทธการยุทธศาสตร์การดำเนินคดีก็ต้องเป็นหน้าที่ของหัวหน้าส่วนราชการแต่ละหน่วยงานที่จะต้องทำ














