เคาะแล้ววิป 3 ฝ่ายอภิปรายไม่ไว้วางใจ ใช้สูตร 4+1 วัน 72 ชม.เริ่ม 7-11 ธ.ค.นี้
เคาะแล้ววิป 3 ฝ่ายอภิปรายไม่ไว้วางใจ ใช้สูตร 4+1 วัน 72 ชม.เริ่ม 7-11 ธ.ค.นี้ ขณะสัดส่วนพรรคกล้าธรรมต้องคุยอีกครั้ง
วันนี้ (28 ต.ค. 69) นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทยในฐานะประธานวิปรัฐบาล และ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านแถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระพิจารณาเพื่อวางกรอบเวลาการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
นายกรวีร์กล่าวว่าสุดท้ายเราก็ได้มีข้อสรุปร่วมกันที่เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย และทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจมันเกิดขึ้นตามความตั้งใจของพวกเราทั้งหมดได้ และก็ได้มีข้อคิดเห็นที่ตรงกันเกือบจะ 100% เหลือแต่เพียงเรื่องการคอนเฟิร์มเรื่องวันเล็กน้อย
นายพริษฐ์กล่าวว่าเรื่องจำนวนวันและชั่วโมงในการอภิปราย เราก็ต้องการให้มีการจัดสรรเวลาที่เพียงพอสำหรับทั้ง 2 ฝ่ายในการทำหน้าที่ ทั้งฝ่ายค้านในการนำเสนอข้อกล่าวหา นำเสนอหลักฐานและฝ่ายรัฐบาลในการชี้แจง โดยจะใช้เวลาทั้งหมด 4+1 วันก็คือ 4 วันเต็มในการอภิปราย ซึ่งก็เป็นการเจอกันครึ่งทาง โดยข้อตกลงข้อสรุป 4+1 วันก็จะอยู่รวมกันจำนวนชั่วโมงรวมทั้งหมด 72 ชั่วโมง โดยฝ่ายค้านได้รับจัดสรร 51 ชั่วโมง ซึ่งก็จะเห็นว่าเพิ่มขึ้นจากสมัยที่มีการอภิปรายในครั้งก่อน ๆ เนื่องจากจำนวนรัฐมนตรีที่เพิ่มขึ้น และฝั่ง ครม.ได้รับจัดสรรเวลาชี้แจง 17 ชั่วโมง และประธานอีก 4 ชั่วโมง
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่าวันแรก วันที่สอง วันที่สามของการอภิปรายจะเป็น 08.00-03.00 น.ขณะที่วันที่ 4 เริ่ม 08.00-23.00 น.ก่อนที่จะลงมติในวันที่ห้า ส่วนวันเวลาทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่ายิ่งเร็วที่สุดยิ่งดี จึงได้ตอบกลับไปทาง ครม.ว่าช้าที่สุดคือวันที่ 7-11 ธันวาคมตามที่ ครม.เสนอมา แต่ว่าก็ขอให้ทาง ครม.ลองพิจารณาจัดสรรเวลาที่เร็วกว่านั้น เพราะว่ายิ่งเร็วขึ้นเท่าไหร่ทางวิปทุกฝ่ายก็เห็นตรงกันว่าน่าจะดี ๆ ที่สุดต่อการทำหน้าที่อยู่ตรงนี้
นายกรวีร์กล่าวอีกว่าเป็นข้อสรุปร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งเรื่องของการกำหนดวัน ทั้งเรื่องของจำนวนวันแล้วก็เวลาของแต่ละฝ่ายซึ่งก็คิดว่าด้วยเวลาของฝ่ายค้านที่ได้รับจัดสรรที่เพิ่มขึ้นก็น่าจะเพียงพอสำหรับการทำให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบแล้วก็ตั้งข้อกล่าวหาซักถามต่าง ๆ รัฐบาลได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกันกับทางของรัฐบาลก็คิดว่าเพียงพอสำหรับคณะรัฐมนตรี รวมไปถึง สส.ฝั่งรัฐบาลที่จะใช้ในการควบคุมเวลาและใช้ในการตอบข้อซักถามของทางฝ่ายค้านได้ ส่วนเรื่องวันเราได้เห็นตรงกันในเบื้องต้นก่อนว่าช้าที่สุดเพื่อให้เกิดหลักประกันว่าจะเกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นแน่นอนก็คือจะเป็น 7-11 ธันวาคม แต่ถ้าคณะรัฐมนตรีสามารถที่จะจัดสรรเวลาที่เร็วกว่านี้ได้ก็ขอให้แจ้งกลับมาที่สภา อันนี้ก็เป็นข้อสรุปร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่ายเพื่อเดินหน้าไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ส่วนโควตาการอภิปรายของพรรคกล้าธรรมนั้น นายพริษฐ์ระบุว่าตอนนี้เรื่องการจัดสรรเวลาจะแบ่งเป็นฝ่ายค้านกับฝั่ง ครม.ในการชี้แจง ดังนั้นจึงเป็นขั้นตอนต่อไปที่พรรคฝ่ายค้านจะไปหารือกับพรรคกล้าธรรม ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมด้วย เพราะพรรคกล้าธรรมก็แสดงความประสงค์ว่าต้องการเวลาบางส่วน ส่วนสัดส่วนจะเป็นอย่างไรคงต้องหารืออีกครั้ง เพราะขึ้นอยู่กับกรอบเนื้อหาในการอภิปรายด้วย เนื่องจากญัตติครั้งนี้มันเป็นญัตติการอภิปราย ดังนั้นคนที่อภิปราย คนที่เราเห็นมาในครั้งก่อน ๆ คือต้องร่วมเสนอญัตติและไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายและคงต้องหารืออีกครั้ง
นายพริษฐ์กล่าวถึงบรรยากาศในการประชุมหลังจากที่ล่มไปเมื่อ 2 ครั้งก่อนโดยมองว่าเป็นเรื่องปกติที่ว่าในการเจรจาหารือเรื่องของการอภิปรายมันอาจจะใช้จำนวนการประชุมหลายครั้ง แต่ว่าวันนี้ก็ได้ข้อสรุปและหลังจากนี้จะได้ไปโฟกัสกันที่เนื้อหา
ด้านนายกรวีร์กล่าวเสริมว่าก็ถือว่าเป็นบรรยากาศที่ถ้อยทีถ้อยอาศัย ต่างฝ่ายต่างที่จะถอยกันมารับฟังความคิดเห็นว่าแต่ละฝ่ายต้องการเรื่องไหน ฝ่ายค้านก็ต้องการเวลาซึ่งเราก็ยินดีที่จะให้ทางฝ่ายค้านมีเวลาที่มากพอสมควรในการทำหน้าที่อยู่แล้ว ถือว่าต้องขอบคุณทุกฝ่าย ทั้งคณะรัฐมนตรี ตัวแทนของทางฝ่ายค้าน กรรมการทุกท่านด้วยที่ทำให้การประชุมในวันนี้เป็นบรรยากาศที่ดี














