POLITICS

‘พลเอกเกรียงไกร’ ชี้ แก้ไฟใต้ข่าวกรองมวลชนสำคัญสุด ลั่นสมัยผมไม่เคยใช้ ฮ.ปฏิบัติการ

‘พลเอกเกรียงไกร’ ชี้ แก้ไฟใต้ข่าวกรองมวลชนสำคัญสุด ลั่นสมัยผมไม่เคยใช้ ฮ.ปฏิบัติการ ห่วงวิกฤตความเชื่อมั่น ‘โรครัฐทำ’ สงสัยรัฐไว้ก่อน ไม่ก้าวล่วงปรับทัพ สมช.เชื่อรัฐบาลเลือกตามความเหมาะสม

วันนี้ (27 ส.ค. 69) พลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนใต้ในปัจจุบันว่า สถานการณ์ชายแดนใต้ค่อนข้างที่จะมีความซับซ้อนอยู่ในตัวมันเอง ประเด็นที่สำคัญคืองานด้านการข่าว ในประชาคมข่าวกรองชายแดนใต้จะประกอบด้วยหน่วยข่าวหลายส่วน ทั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กอ.รมน.ภาค 4 หรือหน่วยงานข่าวอื่น ๆ ที่จะต้องทำงานร่วมกัน หากเราได้ข่าวสารต่าง ๆ นำมาประมวลภาพและวิเคราะห์เพื่อหาวิธีดำเนินการกับข่าวนั้น อาจเป็นช่องว่างในการนำข้อมูลต่าง ๆ ไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งต้องใช้กลยุทธ์การป้องปรามเป็นหลัก เรื่องนี้ต้องใช้หลายสิ่งหลายอย่างในหน่วยงานที่มีอยู่ ทั้งใช้กำลังลาดตระเวนเต็มพื้นที่ในการปฏิบัติ หรือกลยุทธ์ลับลวงพรางในการปฏิบัติ ตนเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ทราบดี แต่ช่องว่างที่เกิดขึ้นก็เกิดจากการบริหารพื้นที่ ผู้ก่อเหตุจะกระทำก็ต่อเมื่อเป้าหมายชัด โอกาสมี ทางหนีพร้อม

เมื่อถามว่าการบริหารพื้นที่หมายถึงอย่างไร พลเอกเกรียงไกรกล่าวว่า เรารู้ว่าสถานการณ์การข่าวปรากฏขึ้นแล้วเราจะทำอย่างไร ไม่ว่าจะลาดตระเวน แสดงกำลัง และเทคนิคทางการทหาร

เมื่อถามว่าการข่าวของเราไม่ได้อ่อนใช่หรือไม่ พลเอกเกรียงไกรกล่าวว่า ตนไม่มั่นใจในเรื่องการข่าว แต่ในประสบการณ์ที่ผ่านมา งานด้านการข่าวเป็นเรื่องสำคัญ การข่าวที่แม่นยำคือการข่าวจากมวลชน ถ้าเรามีความต่อเนื่อง ให้ความไว้วางใจกับเขา และเชื่อมั่นในตัวเขา เราก็จะมีโอกาสได้การข่าวที่ชัดเจนนำไปสู่การวางแผนปฏิบัติ เพื่อให้การก่อเหตุชะงักงันและระงับความรุนแรงได้ ที่ตนบอกว่าเป้าหมายชัด โอกาสมี ทางหนีพร้อม ไม่เปิดหากเป้าหมายพร้อมแต่ไม่เปิดโอกาส ปิดรอยต่อ ทำให้เขาหนีไม่ได้ เขาก็ไม่ทำ

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยอมรับว่าเราทราบการข่าวล่วงหน้า แต่ยังมีความไม่แม่นยำ จะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร พลเอกเกรียงไกรระบุว่า การข่าวเราทราบมาแล้วแต่จะนำไปสู่การปฏิบัติหรือไม่ ยืนยันว่าการข่าวที่แม่นยำต้องมาจากมวลชน ตนก็ได้ข่าวมามากมายจากงานมวลชนที่ทุ่มเททำมาร่วม 20 ปี ซึ่งขณะนั้นที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ก็ได้รับรายงานข่าวตลอดเวลาและได้รายงานต่อผู้บริหาร แต่ผู้บริหารไม่เชื่อมั่นในงานข่าว จนเกิดเหตุความไม่สงบในวันที่ 4 มกราคม 2547

ส่วนกรณีที่มีความเห็นต่างเรื่องการปฏิบัติการทางทหาร ที่กล่าวอ้างว่ามีการยิงประชาชนจากเฮลิคอปเตอร์ในอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ตนไม่ทราบ ในสมัยยุคของตนไม่เคยใช้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นปฏิบัติการ และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้

พลเอกเกรียงไกรยังกล่าวถึง “โรครัฐทำ” ที่เกิดอะไรขึ้นจะมองว่ารัฐเป็นคนกระทำไว้ก่อนว่า แต่ก่อนโรครัฐทำเกิดเฉพาะในพื้นที่ ปัจจุบันเกิดขึ้นทั้งประเทศ คือทุกอย่างรัฐทำหมด

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนตัวเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงหรือไม่ พลเอกเกรียงไกรกล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาล เป็นเรื่องของความเหมาะสม เข้าใจว่าเป็นการบริหารบุคลากรที่จะสามารถก่อให้เกิดประสิทธิภาพในหน่วยงานได้

เมื่อถามสถานการณ์ชายแดนใต้หลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาลดูถี่ขึ้น บุคคลที่รัฐบาลแต่งตั้งให้เข้าไปทำหน้าที่ในพื้นที่มีความเหมาะสมหรือไม่ พลเอกเกรียงไกรระบุว่า ผู้บริหารคงมองแล้วว่าต้องมีการปรับ ไม่ขอก้าวล่วง

Related Posts

Send this to a friend