‘ณัฐวุฒิ’ มือกฎหมาย ‘สุชาติ’ ยื่น ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง ‘รักชนก’
‘ณัฐวุฒิ’ มือกฎหมาย ‘สุชาติ’ ยื่น ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง ‘รักชนก’ หลังถูกแจ้งข้อกล่าวหา-พิมพ์ลายนิ้วมือ อ้างให้สัมภาษณ์บิดเบือนข้อเท็จจริง พร้อมท้าชน ‘สมชัย’ จ่อร้อง ปปง.เอาผิดยึดทรัพย์
วันนี้ (27 ส.ค. 69) เวลา 14.00 น. นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ผู้รับมอบอำนาจจากนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางไปยื่นเรื่องต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง รวมถึงกรณีให้สัมภาษณ์บิดเบือนข้อเท็จจริง
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายสุชาติ 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกคือการมายื่นให้ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงกับ น.ส.รักชนก ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว และหลังจากพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ ตนจึงมาดำเนินการให้ครบถ้วน โดยเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา 219 และมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กำหนดให้ สส. ต้องมีความประพฤติดีต้องจัดการซักทีนึง
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า อีกประเด็นคือการไปให้สัมภาษณ์บิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งตามข้อกำหนดมาตรฐานจริยธรรมไม่สามารถทำได้ และเป็นเรื่องจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยวันนี้จึงมายื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. และขอนำเรียนไปยังประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เนื่องจากตนมายื่นตามคำมั่นสัญญา และตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ป.ป.ช. มีหน้าที่ต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และ น.ส.รักชนกไม่ได้มีเพียงคดีที่ตนได้รับมอบอำนาจ แต่ยังมีคดีทางการเมืองอีก
ส่วนเรื่องที่ 2 นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ไปกล่าวโทษนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ในข้อหาความผิดต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. และข้อหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยระบุว่า วันนี้มายื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้การดำเนินการรวดเร็วขึ้น
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า พรุ่งนี้จะไปยื่นเรื่องต่อ ปปง. เพื่อขอให้ตรวจสอบและยึดทรัพย์นายสมชัย รวมถึงนายปริญญา นายยิ่งชีพ และ iLaw รวมทั้งหมด 6 คน โดยกล่าวหาว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน พร้อมจะไปคัดค้านการประกันตัวด้วย โดยอ้างว่าเป็นการกระทำในช่วงที่นายสมชัยยังดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และมีความประสงค์จะเป็นเลขาธิการ กกต. อาจมีส่วนได้เสีย และไม่สามารถดำเนินการได้ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. มันกระทำมีส่วนได้เสีย มันไม่สามารถทำได้ และที่เขาไปพูดว่าถูก คสช. กลั่นแกล้ง มันไม่จริง
นายณัฐวุฒิระบุว่า ข้อกำหนดจริยธรรมตามมาตรา 219 ครอบคลุมองค์กรอิสระด้วย และเห็นว่ากรณีนายสมชัยมีประเด็นที่ผิดหลายเรื่อง รวมถึงไม่ยึดผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลักและขัดต่อผลประโยชน์ส่วนตน
“ตนเกรงว่าหลังจากแจ้งความไปแล้วจะเกิดความล่าช้า จึงต้องการช่วยเหลือราชการและนำเรื่องดังกล่าวมาเสนอ ป.ป.ช. ให้เร็วขึ้น หากนายสมชัยไปเปิดรับบริจาคที่ใด ตนจะดำเนินคดีทุกดอก และต่อไปนี้ถ้านายสมชัยไปโผล่ที่ไหน ตนก็จะไปที่นั่น” นายณัฐวุฒิ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การกล่าวหาในลักษณะดังกล่าวไม่กลัวถูกฟ้องกลับหรือไม่ ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า เป็นข้อเท็จจริงที่ตนประสบพบเจอ และได้แจ้งความไว้แล้ว
เมื่อถามว่าทั้ง 2 เรื่องเป็นการรับมอบอำนาจจากนายสุชาติทั้งหมดหรือไม่ ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่ใช่ โดยมีเพียงกรณีของ น.ส.รักชนกเท่านั้นที่ได้รับมอบอำนาจจากนายสุชาติ ส่วนอีกเรื่องเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ตนได้ไปกล่าวโทษไว้แล้ว และเมื่อกล่าวโทษแล้วจึงรีบนำเรื่องมาเสนอ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากเกรงว่าพนักงานสอบสวนจะดำเนินการล่าช้า พร้อมระบุว่า หาก ป.ป.ช. ไต่สวน ตนจะมาเป็นพยานในคดีนี้
สำหรับเอกสารที่นำมายื่นกรณี น.ส.รักชนก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีเอกสารอะไรประกอบบ้าง ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า มีเอกสารประกอบ และยืนยันว่า “คนอย่างตนทำงานไม่มีคำว่ากระดาษใบเดียว คนอย่างตนต้องมีพยานหลักฐาน” โดยระบุว่า ในเมื่อ น.ส.รักชนกถูกพิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว ตนจะนำคำพิพากษาศาลอาญาคดีทางการเมืองมาเป็นพยานหลักฐานประกอบการยื่นเรื่อง
ช่วงท้าย ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า หากการพูดมีคำหยาบต้องกราบขอโทษพี่น้องสื่อมวลชน “ขอโทษครับ ขออนุญาตถอนคำพูดและไม่เป็นตัวอย่างที่ดี” พร้อมย้ำว่า “แต่ขอท้านายสมชัยว่าเจอที่ไหนก็ได้”













