4 พรรคการเมือง ยื่นญัตติด่วนแก้ปัญหาน้ำท่วมน่าน ‘เท้ง’ จี้ยกเครื่องระบบแจ้งเตือน
4 พรรคการเมือง ยื่นญัตติด่วนแก้ปัญหาน้ำท่วมน่าน ‘เท้ง’ จี้รัฐบาลยกเครื่องระบบแจ้งเตือน ให้อำนาจท้องถิ่นกด Cell Broadcast ตั้งศูนย์บัญชาการบูรณาการทุกภาคส่วน ตัดปัญหาต่างคนต่างทำ
วันนี้ (27 ส.ค. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำระบบ รับมือกับปัญหาน้ำท่วมในภาวะวิกฤต และมาตรการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ
นอกจากนี้ยังมี สส.จากพรรคการเมืองอื่นเสนอญัตติในทำนองเดียวกัน อาทิ นายชนาธิป ศุภศิริ สส.แพร่ พรรคภูมิใจไทย นายประสิทธิ์ โนทะ สส.น่าน พรรคกล้าธรรม และนางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
นายณัฐพงษ์ อภิปรายในฐานะผู้เสนอญัตติว่า สิ่งหนึ่งที่อยากฝากไปถึงรัฐบาลคือ สิ่งที่สภาฯ ต้องพิจารณาไม่ใช่เฉพาะมาตรการเยียวยาฟื้นฟูเฉพาะหน้า แม้จะมีความสำคัญจำเป็น แต่คำถามที่สำคัญมากกว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ประชาชนประสบปัญหาอุทกภัยแบบซ้ำ ๆ อีก ยกตัวอย่างอุทกภัยในจังหวัดน่าน
สำหรับระบบแจ้งเตือนภัย จากการลงพื้นที่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน ประชาชนสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่าน้ำจะท่วมมาตั้งแต่ปี 67 ประชาชนในอำเภอไม่เคยเจอน้ำป่าไหลหลากที่ท่วมฉับพลันในรอบร้อยปี ทำให้ไม่สามารถตั้งรับได้ทัน สะท้อนว่าสภาพอากาศภูมิอากาศเปลี่ยนไป ฝนตกจากปรากฏการณ์ระเบิดฝน (Rain Bomb) สะสมกว่า 300 มม./ลบ.ม. สะท้อนว่าวิธีในการแจ้งเตือนและแผนเผชิญเหตุของหน่วยงานรัฐต้องปรับเปลี่ยน
ภาพใหญ่ในกรณีของน่าน พื้นที่ในอำเภอปลายน้ำมีเวลาเตรียมตัวในการรับมือจะเป็นพื้นที่ที่มีความเสียหายลดน้อยลงตามลำดับ ทำให้เราต้องทบทวนว่าระบบการแจ้งเตือนที่ทันต่อสถานการณ์แบบไหนที่จะลดความสูญเสียของประชาชนได้
นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงเสียงสะท้อนของชาวจังหวัดน่านที่ประสบอุทกภัย ซึ่งพักอาศัยบริเวณใกล้กับฝาย เมื่อน้ำป่าไหลมาก็กัดเซาะริมตลิ่งทำให้บ้านพัง ชาวบ้านไม่ได้ต่อต้านการก่อสร้างฝาย แต่ตั้งแต่สร้างมากลับไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการสร้างฝายเท่าไร เมื่อเกิดน้ำป่าไหลหลาก ฝายเป็นอุปสรรคในการระบายน้ำ ดังนั้นโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ต้องดูใช้ประโยชน์ การจัดการน้ำเสีย และการระบายน้ำ พร้อมทั้งวางแผนคิดให้ละเอียดรอบคอบ
อย่างไรก็ตาม ระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ทำดีอยู่แล้ว ขอให้ทำต่อไป แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะในคืนวันเกิดเหตุเสียงแรกที่ได้ยินไม่ใช่เสียงจากมือถือ แต่เป็นระฆังที่ผู้นำชุมชนในพื้นที่ตีบอกหน้าบ้าน เสียงของผู้นำชุมชนที่เดินมาเคาะหน้าบ้าน ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีในการพยากรณ์อากาศดีอย่างไร แต่ก็ยากที่จะคาดการณ์ ดังนั้นระบบที่เหมาะสมคือ ระบบแจ้งเตือนโดยท้องถิ่น (Community Based Disaster Risk Management) และเสนอให้รัฐบาลให้อำนาจหน่วยงานในท้องถิ่นมีอำนาจในการกดปุ่มแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ในพื้นที่ตนเองได้ จะทำให้ลดความสูญเสียได้ในอนาคต
นายณัฐพงษ์ยังตั้งคำถามถึงแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอท่าวังผา อำเภอภูเพียง และอำเภอเมือง โดยในอำเภอท่าวังผาพบผู้ป่วยติดเตียงที่อพยพออกจากบ้านไม่ทัน อำเภอภูเพียงและอำเภอเมืองมีการคาดการณ์ระดับน้ำผิดไป 50 เซนติเมตร อำเภอเวียงสามีเวลาในการเตรียมรับมวลน้ำ 1 วัน จึงมีความสูญเสียน้อยกว่าอำเภออื่น
สำหรับการบริหารจัดการภัยพิบัติ นับตั้งแต่น้ำท่วมเชียงราย หาดใหญ่ และจังหวัดน่าน สิ่งที่ไทยยังขาดอยู่คือการบริหารจัดการภัยพิบัติแบบรวมศูนย์โดยใช้แผนที่เทคโนโลยี GIS สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเกิดอุทกภัยคือ พื้นที่ใดต่ำ พื้นที่ใดสูง ประชาชนกลุ่มเปราะบางอยู่บ้านหลังไหน ถูกอพยพไปแล้วกี่คน ทีมกู้ภัยมีกี่ทีม เพื่อจะได้ปฏิบัติงานไม่ซ้ำซ้อนกัน
จากการที่ตนเองลงพื้นที่ไปในจังหวัดน่าน พบว่าเรายังขาดศูนย์บัญชาการที่บูรณาการจากทุกภาคส่วน ขอชื่นชมรัฐบาลที่มีการตั้งศูนย์บัญชาการทันทีหลังเกิดเหตุ แต่หน้างานจริงทั้งการบูรณาการข้อมูล อุปกรณ์และกำลังเจ้าหน้าที่ยังประสานได้อย่างมีข้อจำกัด
ขณะที่การเยียวยาประชาชน ตัวแทนรัฐบาลบอกว่าไม่ต้องใช้เอกสารในการเยียวยา แต่ปัจจุบันประชาชนที่จะขอเงินเยียวยาต้องกรอกแบบฟอร์มในกระดาษ ซึ่งกว่าจะได้เงินเยียวยา ชาวบ้านก็รู้สึกเจ็บปวดใจ จึงอยากให้นึกถึงหัวใจของประชาชนที่วันนี้สูญเสียบ้าน โคลนหนาเป็นหลักเมตร ดังนั้นการจะได้รับเงินเยียวยาอย่างเร็วและตรงจุดที่สุดจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ
นายณัฐพงษ์ย้ำถึงเทคโนโลยี GIS และ Geocoding ซึ่งตนเองเคยตั้งกระทู้ถามสดนายกฯ ในปี 67 เมื่อครั้งน้ำท่วมเชียงราย ซึ่งจะสามารถแบ่งประชาชนที่ประสบเหตุออกเป็นกลุ่ม ๆ สะดวกต่อการจ่ายเงินเยียวยา อีกสิ่งที่สำคัญคือ ต้องมีการทำทะเบียนเครื่องมือ แต่ละหน่วยงานมีรถแบ็กโฮ เครื่องจักรกี่คัน เราอยากให้ผู้บัญชาการเหตุการณ์สามารถตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้
วันนี้การจัดการภัยพิบัติห้ามมองเฉพาะหน้าอย่างเดียว แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ฉบับปัจจุบันที่กำลังจะสิ้นสุดลงในปี 70 ขณะนี้หน่วยงานกำลังร่างแผนฉบับใหม่ จึงขอให้นำข้อเสนอต่าง ๆ ไปทบทวนเพื่อให้แผนสามารถใช้ได้จริง ทั้งนี้ การจัดการภัยพิบัติเกี่ยวข้องกับกฎหมาย 2 ฉบับที่รอผ่านสภาฯ คือ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ จึงขอให้รัฐบาลสนับสนุน พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เพื่อให้งบประมาณตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประชาชนถูกจุด
“ต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีผังน้ำ มีแผนบริหารจัดการน้ำที่ดีขนาดไหน แต่ถ้าระบบงบประมาณล้มเหลว ต่างหน่วยงานต่างทำโครงการสะเปะสะปะ ต่างคนต่างทำไม่ประกอบกันเป็นภาพใหญ่ ปัญหาน้ำท่วมก็ยังมีอยู่ต่อไปแน่นอน”
นายณัฐพงษ์ยังฝากถึงรัฐบาลถึงการใช้งบประมาณปรับปรุงฝายธงน้อยในจังหวัดน่าน เพื่อให้ตอบโจทย์การบริหารจัดการลุ่มน้ำน่านอย่างสูงสุด ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สังกัดกระทรวงพลังงาน













