POLITICS

‘แอมเนสตี้’ จี้ ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

‘แอมเนสตี้’ จี้ นายกรัฐมนตรียกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ข้อหาที่ผู้ชุมนุมถูกดำเนินคดีมากที่สุดถึง 1.4 พันคนในรอบ 2 ปี

วันนี้ (23 ก.ย. 65) บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ประตู 5 ถนนราชดำเนินนอก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย พร้อมด้วยตัวแทนนักกิจกรรม และนักวิชาการที่ถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ร่วมยื่นหนังสือและข้อเรียกร้อง 6 ข้อถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ยุติการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และยุติข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ที่เกิดจากการแสดงออกและการชุมนุมประท้วง

ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่า นับถึงเดือนมิถุนายน 2565 ประเทศไทยมีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ไปแล้วถึง 19 ครั้ง นายกรัฐมนตรีอาศัยอำนาจตามมาตรา 9 ออกข้อกำหนดตามมาถึง 47 ฉบับ และตลอดระยะเวลา 2 ปีที่มีการประกาศใช้ล่าสุดนี้ มีประชาชนอย่างน้อย 1,467 คนใน 647 คดีที่ถูกดำเนินคดีตามข้อกล่าวฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ จึงถือเป็นข้อกล่าวหาที่มีการดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมมากที่สุด

ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวในฐานะ 1 ในประชาชนไม่น้อยกว่า 1,400 กว่าคนที่ถูกดำเนินคดี ตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าที่มีการประกาศใช้ข้อกำหนดตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ มันไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรต่อประชาชนเลย ไม่มีผลต่อการช่วยป้องกันหรือควบคุมการแพร่ระบาดของโรค แต่มันไปเพื่อความมั่นคงของคนที่ถืออำนาจรัฐอยู่เพื่อกีดกันการแสดงออกของประชาชน เอื้อต่อการใช้อำนาจของรัฐอย่างไม่มีขีดจำกัด

ณัฐพงศ์ มาลี หรือโอปอ จากสำนักข่าวราษฎร กล่าวว่า สื่อมวลชนอิสระก็ถูกดำเนินคดี พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ จากการรายงานข่าวที่ดินแดงด้วย ซึ่งรัฐใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการดำเนินคดีต่อสื่อมวลชนที่รัฐอาจมองว่าอยู่ตรงข้าม ซึ่งสะท้อนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย จึงต้องการเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีบุคคลที่อยู่ตรงข้าม เนื่องจากสื่อมวลชนรายงานข่าวตามความเป็นจริง และเรายืนยันสิทธิเสรีภาพในการรายงานข่าว

สำหรับข้อเรียกร้อง 6 ข้อของ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ประกอบด้วย

  1. ยุติการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ โดยคำนึงถึงความจำเป็น ความได้สัดส่วน และความเหมาะสมในการจำกัดหรืองดเว้นการปฏิบัติตามสิทธิที่ได้รับรองในกติกาสากล ว่าด้วยสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights: ICCPR)
  2. อนุญาตและคุ้มครองให้บุคคลหรือกลุ่มใด ๆ สามารถแสดงความเห็นของตนและชุมนุมประท้วงโดยสงบในพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย รวมถึงรัฐมีหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกให้บุคคลเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงโดยสงบ และประกันให้บุคคลในสังคมมีโอกาสแสดงความเห็นที่สอดคล้องกับบุคคลอื่นตามสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
  3. ยุติการดำเนินคดีอาญากับบุคคลใด ๆ อันเนื่องมาจากการใช้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมประท้วงโดยสงบ อันเป็นสิทธิที่พึงมีและได้รับการรับรองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และตามรัฐธรรมนูญฯ ฉบับ 2560
  4. ดำเนินการให้มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่บังคับใช้ กฎหมายทุกคนที่มีหน้าที่ควบคุมฝูงชน ต่างได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม ทั้งในด้านกลยุทธ์และยุทธวิธีที่สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมทั้งตรวจสอบการละเมิดกฎหมายทั้งภายในประเทศและการละเมิดมาตรฐานสากลอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกลาง และเป็นอิสระโดยทันที และรับรองว่าผู้กระทำผิดต้องถูกนำมาลงโทษ
  5. ประกันว่ามาตรการทั้งปวงที่นำมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และการเลี่ยงพันธกรณีด้านสิทธิต้องมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับข้อกำหนดในแง่การให้ข้อมูล ความถูกต้องตามกฏหมาย และความจำเป็น รวมถึงกำหนดให้มีกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระเพื่อติดตามและรายงานข้อมูลมาตรการที่นำมาใช้
  6. พิจารณาและปรับปรุงกฎหมายพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ให้สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศและหลักความถูกต้องของกฎหมาย เพื่อนำมาประกาศใช้แทน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และรองรับบทบัญญัติที่ต่อต้านวัฒนธรรมลอยนวลผลผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อประกันความรับผิดและการเยียวยาให้มีประสิทธิภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมมีการเดินขบวนเป็นระยะทางสั้น ๆ บนฟุตบาทถนนราชดำเนินนอก จากบริเวณด้านหน้ากองกำกับการ 4 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล มาถึงประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีการปราศรัยโดยผู้ถูกดำเนินคดี และการถือป้ายเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ก่อนจะยื่นหนังสือต่อ นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายจาก พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญทั้ง 6 ข้อ ขอรับข้อเสนอทั้งหมดไปพิจารณาดำเนินการต่อไป

เรื่อง : ณัฐนนท์ เจริญชัย
ภาพ : รัฐพงศ์ สุขศรี และ ณัฐนนท์ เจริญชัย

Related Posts

Send this to a friend