POLITICS

‘พลพีร์’ สั่งฝ่ายปกครองลงพื้นที่เช็กกลุ่มตกหล่น ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ กำชับถ่ายภาพกันข้อครหาเอื้อประโยชน์

วันนี้ (23 ก.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่อำนวยความสะดวกประชาชนเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ภายหลังมีประกาศและประชาชนหลายคนสะท้อนความไม่สบายใจ ว่า กระทรวงมหาดไทยกำชับกรมการปกครองให้อำนวยความสะดวกประชาชนอย่างเต็มที่ จึงตั้งศูนย์ One Stop Service เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไกลถึงระดับอำเภอหรือจังหวัด ซึ่งกรมการปกครองจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น รถยนต์ของกระทรวงพาณิชย์ หรือหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง โดยใช้เช็กลิสต์จากแต่ละกระทรวงมอบให้กรมการปกครองตรวจสอบ

นอกจากนี้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายอำเภอ จะลงพื้นที่ถึงบ้านของแต่ละบุคคลเพื่อดูสภาพจริง ช่วยยืนยันให้กระทรวงคมนาคมเห็นว่าเป็นซากรถที่ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งอาจเกี่ยวเนื่องกับการไม่ได้ขอทะเบียนหรือไม่ได้แจ้งกรมการขนส่งทางบกว่ารถไม่อยู่ในสภาพใช้งาน อีกประเด็นที่ให้ความสำคัญคือกรณีประชาชนถูกแอบอ้างชื่อเปิดบัญชี ถือหุ้น รับโอนเงิน หรือเป็นกรรมการบริหารบริษัทโดยไม่ทราบเรื่อง ข้อมูลเหล่านี้จะนำไปตรวจสอบซ้ำว่าบริษัทใดนำชื่อประชาชนไปใช้โดยที่เจ้าตัวยินยอมหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงิน บัญชีม้า หรือนอมินีให้ชาวต่างชาติ กระทรวงมหาดไทยจะตรวจสอบอย่างจริงจัง

ส่วนกรณีการตรวจสอบใหม่จะสามารถเก็บตกได้ทั้งหมดหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีกรอบจำนวนประชาชนเข้าร่วมโครงการ แต่มีความตั้งใจคัดกรองผู้มีรายได้น้อยและต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งหลังจากรวบรวมข้อมูลทั่วประเทศ จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคัดกรองอีกครั้ง คาดว่ากระทรวงการคลังจะแถลงความชัดเจนเรื่องกรอบเวลา โดยจะขอขยายเวลาถึงวันที่ 20 กันยายน เพื่อให้ประชาชนเตรียมหลักฐานทั้งชื่อบริษัท ทะเบียนรถยนต์ และบัญชีทรัพย์สินมายืนยัน หลังจากนั้นกรมการปกครองจะส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานราชการ ซึ่งต้องให้เวลาทำงาน จึงต้องขยายเวลาอย่างแน่นอน

สำหรับการตรวจสอบคัดกรองเบื้องต้นก่อนส่งรายชื่อให้กระทรวงการคลัง นายพลพีร์ ระบุว่า ขณะนี้ประสานกระทรวงการคลังเพื่อขอรายชื่อประชาชนที่ตกหล่น แต่อาจมีข้อจำกัดเรื่องการใช้ข้อมูล ทั้งนี้จะให้ฝ่ายปกครองลงพื้นที่ตรวจสอบว่าบุคคลนั้นอาศัยอยู่หรือไม่ หากย้ายภูมิลำเนาจะประสานงานกันต่อไป ประชาชนที่อยู่นอกภูมิลำเนาสามารถติดต่อที่ว่าการอำเภอใดก็ได้ทั่วประเทศ ไม่จำเป็นต้องกลับไปแสดงตัวที่ภูมิลำเนาเดิม ส่วนประชาชนในกรุงเทพมหานครสามารถติดต่อที่สำนักงานเขตได้ทันที

ส่วนข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสในการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่ตรวจสอบ นายพลพีร์ ยอมรับว่าเข้าใจสภาวะสังคม โดยเน้นย้ำกับอธิบดีกรมการปกครองว่าการลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้ต้องถ่ายภาพเป็นหลักฐาน เช่น สภาพรถยนต์ สภาพบ้านพักอาศัยว่าเกิน 25 ตารางวาหรือไม่ หากมีบัญชีธนาคารให้ขอรายการเดินบัญชีเก็บไว้เป็นพยานหลักฐานทั้งหมด โดยมหาดไทยพยายามอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากที่สุด เพราะประชาชนกำลังรอความช่วยเหลือ

Related Posts

Send this to a friend