ปชป. ชี้ดาต้าเซ็นเตอร์ควรตั้งนอกเมือง จี้ มีมาตรการเข้มข้น
ปชป. ชี้ดาต้าเซ็นเตอร์ควรตั้งนอกเมือง เหตุ กทม. เหมือนฝาชีครอบ อาจทำความร้อนสะสม จี้มีมาตรการเข้มข้น ไม่ใช่คิดแต่จะเอื้อนายทุน
วันนี้ (5 ก.ย. 69) นายพศิน ปิตุเตชะ สส. จ. ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีดาต้าเซ็นเตอร์ว่า ในฐานะคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ได้รับข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ว่า ดาต้าเซ็นเตอร์จะเข้าไปลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ประมาณ 70% ซึ่งต่างจากในกรุงเทพมหานครที่ไม่ควรจัดตั้งตั้งแต่แรก
“ดาต้าเซ็นเตอร์มีการใช้ที่ดินแบบจำกัดวง ไม่ได้ใช้ที่ดินมหาศาลขยายไปเรื่อย ๆ ส่วนการใช้น้ำใช้ระบบน้ำหล่อเย็น (Cooling System) ซึ่งเป็นระบบที่ใช้น้ำเยอะมาก แต่เราสามารถเลือกเทคโนโลยีที่ดีที่ใช้น้ำน้อยและไม่ปล่อยน้ำเสียเยอะได้ ขณะที่การใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ถูกแยกออกจากภาคครัวเรือน ประชาชนจึงไม่ต้องแบกรับเรื่องค่าพร้อมจ่าย”
นายพศิน กล่าวต่อว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้แย่ขนาดอุตสาหกรรมเหล็กหรือปิโตรเคมี แต่เป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่มีเม็ดเงินลงทุนสูงมาก สิ่งสำคัญคือไทยจะได้รับอะไรกลับมา โดยเมื่อวานนี้ (4 ก.ย. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าจะถอยกลับมาจัดทำเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ทำไมถึงไม่ทำมาตั้งนานแล้ว เพราะดาต้าเซ็นเตอร์เกิดขึ้นในพื้นที่ EEC มานานแล้ว
ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติได้ยื่นญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎรไปตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้ว พร้อม 6 ข้อเสนอ ดังนี้
1.การวางแผนจัดเก็บภาษี: ต้องยอมรับว่าดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้ใช้แรงงานคนจำนวนมาก และวัสดุอุปกรณ์ส่วนใหญ่นำมาจากต่างประเทศ จึงต้องวางแผนการจัดเก็บภาษีให้รอบคอบ
2.การเตรียมความพร้อมและกำหนดเป้าหมายฮับเทคโนโลยี: ต้องถอยมามองว่าเมื่อมีดาต้าเซ็นเตอร์แล้ว ไทยจะเป็นฮับด้านใดต่อ เช่น AI หรือแอปพลิเคชัน โดยไม่มองเพียงแค่การสร้างงานสร้างอาชีพ แต่ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องเป็นบันไดนำไปสู่อีกก้าว
3.การเชื่อมโยงสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างบุคลากร: สนับสนุนให้เจ้าของดาต้าเซ็นเตอร์เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยและโรงเรียนในการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อสร้างแรงงานรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ. ระยอง, จ. ชลบุรี และพื้นที่ EEC
4.การกำหนดแนวทางการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ชัดเจน
5.การกำหนดสัดส่วนการใช้งานของคนไทย
6.การกระจายเงินลงทุนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง
“เราเจ็บปวดมาเยอะกับสิ่งแวดล้อมที่เสียไป ผิดพลาดมาเยอะ แต่สิ่งดี ๆ ก็มี วันนี้เราอยากให้เงินที่มาลงทุนในประเทศและความเสียสละที่เราเสียไป ตกอยู่กับคนทั้งประเทศเหมือนที่เราเคยทำได้ในโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด” นายพศิน กล่าว
นายพศิน ยังเสนอให้จัดตั้งกองทุนดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อช่วยเหลือเรื่องการศึกษาและการพัฒนาชุมชน พร้อมทั้งเยียวยาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยชี้ว่าดาต้าเซ็นเตอร์ถือเป็นโอกาส แต่ขอให้รัฐบาลถอยกลับมาดูว่าจะไปต่ออย่างไร เพราะเป็นบันไดก้าวหนึ่งที่จะนำไปสู่อีกก้าวในยุคเทคโนโลยี
สำหรับท่าทีของนายกรัฐมนตรีอาจจะดูช้าไป เพราะดาต้าเซ็นเตอร์มีมานานแล้ว ภาคเอกชนในนิคมอุตสาหกรรมพยายามศึกษามาโดยตลอด แต่รัฐบาลเพิ่งมาแอ็กชันในช่วงที่เป็นข่าวเท่านั้น ทั้งที่ควรทำมาตั้งนานแล้ว อีกทั้งนายกรัฐมนตรีเป็นประธานบอร์ด EEC จึงหวังว่าจะลงพื้นที่เพื่อให้เห็นภาพอย่างชัดเจน
เมื่อถามว่าจะเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ เพราะโครงการที่รัฐบาลจับมักล้มเหลว นายพศินกล่าวว่า “ถ้าเป็นประชาธิปัตย์เกิดขึ้นได้จริง”
ด้านนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์มีหลายรูปแบบ โดยรูปแบบที่เป็นปัญหาคือไฮเปอร์สเกล (Hyperscale) หรือขนาดใหญ่ การตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในเมืองไม่เกิดประโยชน์แก่ใครนอกจากผู้ประกอบการ ดังนั้นหากจะทำระดับไฮเปอร์สเกลควรอยู่นอกเมืองหรือรอบนอกเมือง ปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลมีประมาณ 3-6 แห่ง ทำให้เกิดปัญหาหลัก 2-3 ประเด็น คือการปล่อยความร้อนซึ่งยังไม่มีการตรวจวัดชัดเจน ประกอบกับสภาพเมืองของกรุงเทพมหานครมีลักษณะเหมือนฝาชีครอบ หากความร้อนลอยขึ้นไปชน ก็จะทำให้ความร้อนสะสมในพื้นที่เมืองเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัญหาอย่างมากในอนาคต หากไม่มีมาตรการควบคุมความร้อนจากดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเข้มข้น รวมถึงยังมีกรณีการสะสมน้ำมันสำหรับเครื่องปั่นไฟอีกด้วย
“คำถามคือเมืองได้ประโยชน์อะไรจากดาต้าเซ็นเตอร์ เราต้องมีทิศทางที่จะพัฒนาอุตสาหกรรม AI ให้ดีขึ้น ว่าจะนำดาต้าเซ็นเตอร์ไปสร้างประโยชน์อะไรให้กับประเทศไทย และคนไทยได้ประโยชน์อะไร วันนี้ไม่มีใครตอบได้ สุดท้ายคนไทยไม่ได้อะไรเลย นอกจากได้กลิ่นน้ำมัน ได้ความร้อนในกรุงเทพฯ และได้น้ำเสียที่ปล่อยออกมาอย่างผิดกฎหมาย สิ่งสำคัญคือคนไทยต้องได้ประโยชน์ ไม่ใช่แค่นายทุนขายที่ดินหรือพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” นายพงศกร กล่าว













