‘เต้ มงคลกิตติ์’ เข้าชี้แจง กกต. ปมถูกร้องเรียนนโยบายอวกาศเกินจริง
‘เต้ มงคลกิตติ์’ เข้าชี้แจง กกต. ปมถูกร้องเรียนนโยบายอวกาศเกินจริง ลั่น ไม่เพ้อฝัน อิงแผนพัฒนาศักยภาพทางด้านอวกาศ จี้ใช้มาตรฐานเดียวกันทุกพรรค พาดพิง ‘ภูมิใจไทย’ “รวยไม่ไหวแล้ว“ เคยพูดหาเสียง แต่ทำไม่ได้จริง ค้าน สว. ชงขึ้น VAT 10% ซ้ำเติมประชาชน
วันนี้ (20 เม.ย. 69) เวลา 09.20 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคก้าวล้ำ เข้าชี้แจงนโยบายด้านอวกาศกับ กกต. หลังมีผู้ร้องเรียนว่าเป็นนโยบายเกินจริง โดยระบุว่าก่อนช่วงสงกรานต์ พรรคทางเลือกใหม่ซึ่งเป็นพรรคเดิมที่เคยสังกัด ได้เข้ามาชี้แจงกับ กกต. แล้ว วันนี้จึงเป็นคิวของตนเองที่ต้องเข้าชี้แจงกับ กกต.
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบ กกต. เรียกสอบ 2 ประเด็น เพราะช่วงเลือกตั้งมีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายที่พรรคทางเลือกใหม่ ซึ่งเป็นพรรคเดิมได้นำเสนอ กกต. โดย 12 นโยบายแรกส่งได้ทันเวลา แต่อีก 32 นโยบายส่งเกินเวลา จึงต้องเสียค่าปรับวันละ 10,000 บาท
ขณะนี้มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายอวกาศ โดยมองว่าเป็นไปไม่ได้ อาจเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.) มาตรา 72 และ 73 รวมถึงการแก้ไขกฎหมายให้ผู้หญิงมีสามีได้ไม่เกิน 4 คน โดยวันนี้ตนจะชี้แจงกับ กกต. เรื่องนโยบายอวกาศก่อน ส่วนนโยบายเรื่องไดโนเสาร์ ยังไม่แน่ใจว่ามีผู้ร้องเรียนเข้ามาแล้วหรือไม่ และจะชี้แจงทีละประเด็น
นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า นโยบายอวกาศไม่ใช่เรื่องใหม่ ประเทศไทยมีแผนพัฒนาศักยภาพทางด้านอวกาศอยู่แล้ว และได้อ้างอิงถึงคำให้สัมภาษณ์ของ ศาสตราจารย์ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ในสมัยรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ว่าภายใน 7 ปีข้างหน้า คือปี 2570 ไทยจะเป็นประเทศที่ 5 ในเอเชียที่จะส่งยานอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์ หลังจากนั้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจด้านอวกาศก็เกิดขึ้น ทั้งการสร้างดาวเทียมและใช้เอง โดยยืนยันว่านโยบายเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ เพราะหลายประเทศก้าวหน้าและพัฒนาไปมากแล้ว
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า วันนี้จะชี้แจงกับ กกต. ให้เข้าใจ เพราะไม่อยากให้ประเทศล้าหลัง ผู้นำทางการเมืองต้องเสนอนโยบายที่ก้าวล้ำ ทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น โดยไม่ทิ้งคนรากหญ้าไว้ข้างหลัง และดูแลตามสวัสดิการที่ควรจะเป็น
ส่วนนโยบายให้ผู้หญิงมีสามี 4 คน จะเข้าชี้แจงกับ กกต. อีกครั้ง และได้หารือกับ สส. ฝ่ายกฎหมายแล้ว ว่าจะต้องยื่นรายชื่อ 20 คน โดยให้ฝ่ายกฎหมายของ สส. เป็นต้นร่างในการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
“เรื่องนโยบายที่เป็นไปไม่ได้เกินจริง อย่างหลาย ๆ พรรคด้วยกัน เช่น พรรคภูมิใจไทย เสนอนโยบายหาเสียงปราศรัยบอกว่าถ้าได้บริหารประเทศ 2 เดือนกว่าก็รวยไม่ไหวแล้ว ถ้า 4 ปีเงินน่าจะล้นไปแล้ว ผมถามว่ามันรวยจริงไหม มันก็ไม่ได้รวยจริง และที่บอกว่าไทยหายจน ไทยไม่เทา ถามว่าแก้เทาได้ไหม แก้คอร์รัปชันได้ไหม มันก็แก้ไม่ได้ รวมถึงพรรคการเมืองเหล่านั้นได้อำนาจในการบริหารประเทศไป และได้พิสูจน์ตัวเองไปแล้วว่าเขาทำไม่ได้” นายมงคลกิตติ์ กล่าว
นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นถ้าจะดำเนินคดีกับตนในข้อหาหาเสียงเกินจริง ต้องให้ตนได้เป็นรัฐบาลก่อน แล้วไปพิสูจน์ว่าทำได้แค่ไหน แต่สิ่งที่ กกต. ต้องดำเนินคดี คือดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2562 กับ 2566 กับพรรคการเมืองที่หาเสียงแล้วทำไม่ได้ตามนโยบายที่ส่ง กกต. ต้องดำเนินคดีทุกคน หากไม่ทำก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่หาก กกต. ปล่อยคนอื่นไป ก็ต้องปล่อยตนด้วย
ทั้งนี้ กรณีวันพรุ่งนี้ที่สมาชิกวุฒิสภาจะประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง และ สว. เพชรบุรี จะเสนอแก้ไขกฎหมายให้รัฐบาลเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% นั้น ตนขอคัดค้านอย่างเต็มที่ เพราะเป็นการเก็บเงินกับคนไทย 65 ล้านคน เหมือนเป็นการซ้ำเติมคนไทยเข้าไปอีก จึงขอร้องไม่ให้เสนอแก้ไขกฎหมายนี้ เพราะรัฐบาลไม่มีเงิน และตอนนี้กำลังจะกู้เงินเพื่อซับพอร์ตราคาพลังงาน ซึ่งรัฐบาลควรหาเงินด้วยวิธีอื่น ไม่ใช่เพิ่มภาระให้ประชาชน












