‘ชัชชาติ’ เปิดแคมเปญหาเสียง “กรุงเทพฯ ทำงาน” พร้อมขึ้นจอ LED 37 ป้าย
‘ชัชชาติ’ เปิดแคมเปญหาเสียง “กรุงเทพฯ ทำงาน” พร้อมขึ้นจอ LED 37 ป้าย “เมืองสร้างโอกาส ทีมชัชชาติส่งความหวัง”
วันนี้ (19 พ.ค. 69) ทีมชัชชาติ เริ่มเปิดตัวแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่สอง ด้วยการขึ้นข้อความบนจอ LED บริเวณทางด่วนเฉลิมมหานคร ช่วงราบบ่อนไก่ (สวนป่าเบญจกิติ ฝั่งถนนดวงพิทักษ์) รวม 37 จอ ภายใต้แนวคิดการสื่อสารเดิมของทีม คือ “ทำงานให้สนุก”
การเปิดตัวครั้งนี้มาในรูปแบบการ “ตบมุก” ผ่านข้อความบนจอ LED โดยเริ่มจากข้อความว่า “เมืองสร้างโอกาส วันคริสต์มาส สร้างความหวัง” ก่อนเฉลยเป็นข้อความหลักว่า “เมืองสร้างโอกาส ทีมชัชชาติ สร้างความหวัง” พร้อมข้อความสั้น ๆ อย่าง “เอ้ย!” เพื่อสร้างจังหวะและสีสันในการสื่อสาร
สำหรับข้อความที่ปรากฏบนจอ LED ประกอบด้วย
“เมืองสร้างโอกาส
ทีมชัชชาติ
สร้างความหวัง”
“เมืองสร้างโอกาส
วันคริสต์มาส
สร้างความหวัง”
“เอ้ย!”
“ชัชชาติ พร้อม!
เป็นผู้ว่าฯ ต่อ”
“มากับนโยบาย
250+ ข้อ”
“พากรุงเทพฯ
พุ่งทะยาน”
“เลือกตั้งผู้ว่าฯ
28 มิ.ย. นี้”
“ย้ำอีกครั้ง!”
“28 มิ.ย. นี้”
นายชัชชาติ กล่าวถึงแนวคิด “กรุงเทพฯ ทำงาน” ในการลงสมัครชิงผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย ว่าแนวคิดดังกล่าวมี 2 ความหมาย คือ เมืองที่ระบบทำงานเพื่อประชาชน และทุกคนต้องร่วมกันทำงานต่อ เพื่อสร้างเมืองที่มีโอกาสและความหวังมากขึ้น หน้าที่สำคัญของเมืองคือการสร้างโอกาสให้กับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนบางกลุ่ม เพราะเมืองคือพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิต ทำงาน และเติบโต ดังนั้น การพัฒนาเมืองจึงต้องทำให้ประชาชนมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น มีการศึกษา และมีสุขภาพที่ดีขึ้น
ที่ผ่านมาคนจำนวนมากหมดความหวังกับเมืองและระบบต่าง ๆ ทีมชัชชาติจึงต้องการสร้างความหวังให้ประชาชนสามารถก้าวต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคง สอดคล้องกับแท็กไลน์หลักของแคมเปญครั้งนี้ คือ “เมืองสร้างโอกาส ทีมชัชชาติสร้างความหวัง”
ส่วนทีมทำงาน การทำงานต้องเริ่มจากความสนุก เพราะหากทำงานแล้วไม่สนุก อาจแปลว่าไม่ตรงกับแพชชั่น หรือไม่ตรงกับสิ่งที่อยู่ในใจและจิตวิญญาณของคนทำงาน ทีมทำงานด้วยความตั้งใจจริง ไม่ได้เข้ามาเพื่อมุ่งหวังตำแหน่งหรือผลประโยชน์ แต่มาด้วยความหวังที่จะทำให้เมืองดีขึ้น และเลือกทำงานอย่างสร้างสรรค์ ไม่ทะเลาะหรือด่าใคร
“ที่ผ่านมาผมเชื่อว่าเราทำด้วยความสนุก เราไม่ได้ไปทะเลาะกับใคร ไม่ได้ไปด่าใคร แต่เราทำด้วยความหวังว่าจะทำให้เมืองนี้ดีขึ้น” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ ทิ้งท้ายว่า 4 ปีข้างหน้าต้องไม่ใช่เพียงการทำให้กรุงเทพฯ ดีขึ้นจากเดิมเท่านั้น แต่ต้องทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สามารถแข่งขันกับเมืองต่างๆ ทั่วโลกได้ เนื่องจากเมืองทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยี กรุงเทพฯ จึงไม่ได้แข่งขันกับตัวเองอีกต่อไป แต่ต้องแข่งขันในระดับโลก
“เมืองยังเป็นตลาดแรงงาน และเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาอยู่เพราะมีงานและโอกาส ดังนั้นหัวใจของการพัฒนาเมือง คือการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สร้างทั้งความสุข โอกาส และความหวังให้กับทุกคน”














