POLITICS

‘ภาวุธ’ แสดงความบริสุทธิ์ใจคดี Forex ปัดเอี่ยวเส้นเงิน 833 ล้านบาท หอบหลักฐานบัญชีธนาคารเพิ่มเติม

‘ภาวุธ’ แสดงความบริสุทธิ์ใจคดี Forex ยืนยันเป็นผู้เทรดกับ บ. QRS เพียงรายเดียว ปัดเอี่ยวเส้นเงิน 833 ล้านบาท หอบหลักฐานบัญชีธนาคารเพิ่มเติม หวังแจง จนท.แต่ไม่เจอเจ้าของสำนวน

วันนี้ (13 ก.ค.69) เวลา 15.45 น. นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ ศูนย์ราชการฯ อาคาร C ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลัง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า DSI เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดี จำนวน 30 หมาย

นายภาวุธ เปิดเผยว่า เมื่อเช้าตน้องได้ดูข่าวและทราบว่าจะมีการออกหมายจับคนในคดีฟอเร็กซ์ (Forex) ที่ผ่านมาเพิ่งได้เข้ามาให้ข้อมูลและพบเจ้าหน้าที่ มีการคุยกันว่าจะกลับมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่พอจะมีการออกหมายจับ แล้วทราบว่ามีชื่อตนเองอยู่ในนั้น จึงมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ ขอเข้าชี้แจงว่าเราไม่ได้มีเจตจำนงจะหนีอะไรอยู่แล้ว เพราะก็ยังทำหน้าที่อยู่ในรัฐสภา ซึ่งสัปดาห์นี้มีประชุม กมธ.หลายเรื่อง ทั้งเรื่องการค้าออนไลน์ และแพลตฟอร์มต่าง ๆ

ตนเองงงกับเรื่องหมายจับดังกล่าว พอมีข่าวออกก็มาแสดงตัว อย่างไรก็ต้องคุยกับเจ้าหน้าที่ว่าต้องการข้อมูลตรงไหนเพิ่มเติม เราก็พร้อมนำมาชี้แจงทั้งหมด แต่ก็แปลกใจเพราะเราก็ทำหน้าที่ สส. มีตำแหน่งชัดเจนทุกอย่าง ซึ่งการออกหมายจับก็คงเป็นการออกหมายจับที่กังวลว่าจะมีการหลบหนีหรือไม่ ฉะนั้น อยากให้มั่นใจว่าตนเองไม่หลบหนีแน่นอน และแสดงความบริสุทธิ์ใจมาพบเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

ส่วนที่ตนเองโพสต์เฟสบุ๊ควิจารณ์ทำนองว่าการออกหมายจับ เป็นการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุนั้น ตนเองก็มองว่ามันเป็นการตั้งคำถาม เพราะคดีหลายคดีในประเทศก็ยังใช้เวลา แต่คดีนี้ต้องยอมรับว่ามันถูกเร่งรัดผิดปกติ ที่สำคัญ คดีนี้มีผู้ต้องหาหลายคน แต่พอไปดู มันกลับมีแต่ชื่อตน (ขำเล็กน้อย) ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตนก็ออกมาแค่คนเดียว กลายเป็นว่าคนอื่นไม่มีเลย จึงเป็นข้อสงสัยว่าทำไมจึงเกิดขึ้นแค่ตน แล้วทำไมกรณีอื่นถึงล่าช้า มันเกิดอะไรขึ้น เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่

เมื่อถามว่ามองว่าตอนนี้เป็นเกมการเมืองหรือไม่นั้น นายภาวุธ อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจิ๊ปาก ตอบว่า แล้วแต่จะคิดครับ เพราะตนเองอาจพูดได้ไม่ชัดมาก เพราะก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไร แต่ก็มองเป็นข้อสงสัยที่สังคมก็ตั้งไว้เหมือนกัน เมื่อดูคดีนี้ จะเห็นว่าตนไม่ใช่ผู้ให้บริการ Forex และไม่ได้เป็น IB (Introducing Broker) และไม่ได้หลอกลวงชาวบ้าน ฉะนั้นเราไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่กลายเป็นผู้ต้องหาตรง ๆ ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องตรง ๆ แต่กลับถูกใช้เป็นเป้าหมายหลักของคดีนี้

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าเส้นทางการเงินที่ตนเองเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นสูงถึง 833 ล้านบาท ไม่ใช่ 28 ล้านบาทนั้น อยากบอกว่าเห็นข่าวนี้แล้วตกใจ เพราะตนเองไม่เคยมีเส้นเงิน 800 กว่าล้านบาทเข้ามาในบัญชีธนาคารแน่นอน ส่วนตัวเลข 28 ล้านบาทก็ได้แจงเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่าเงินที่มาที่ไปเป็นอย่างไร มันมีที่มาที่ไปชัดเจน ไม่ใช่เงินผิดกฎหมาย แต่เพราะมันอยู่ในรูปคดี จึงไม่อาจชี้แจงตรงนี้ได้ แต่ให้ความมั่นใจได้ว่า 800 กว่าล้าน ไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง ซึ่งก็ต้องไปคุยกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นตัวเลขที่มาจากไหนอย่างไร

สำหรับหลักฐานเพิ่มเติมที่ตนเองนำเข้ามาชี้แจงกับ DSI ในวันนี้ จะเป็นหลักฐานเกี่ยวกับเลขบัญชีธนาคารทุกบัญชี ซึ่งตนเองมีหลายบัญชี และมันก็มีรายละเอียดจำนวนมากที่เขาขอเพิ่มเติมจากปกติ ตนจึงต้องขอกลับไปเตรียมข้อมูลในตอนนั้น ส่วนการเทรดทองคำ 28 ล้านบาท ยืนยันว่าเป็นการเทรดทองคำกับบริษัท คิวอาร์เอสฯ (QRS) และเป็นเจ้าเดียวที่ตนเทรดด้วย แต่ยอมรับว่าเคยศึกษาเรื่องการเทรด ก็มีการเทรดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็เทรดกับแค่บริษัท QRS อยู่เจ้าเดียว ส่วนเจ้าอื่น ๆ โบรกเกอร์อื่น หรือไอบีอื่น ตนไม่รู้จักและไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น และส่วนที่หลายคนบอกว่าเส้นเงินนั้น ไม่ใช่เส้นเงินจากการเทรดทองคำ ตนอยากแจงว่า มันอยู่ในสำนวน ตนได้ชี้แจงไปแล้ว แต่ขอให้มั่นใจได้ว่าตนไม่เกี่ยวสแกมเมอร์ ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ไม่ได้ไปหลอกลวงใคร ขอให้มั่นใจ 100% เงินทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ชี้แจงได้ทั้งหมด

หากดูจากเส้นทางการเงินจะเห็นว่าทุกอย่างล้วนพุ่งมาที่ตน เหมือนตนเป็นหัวขบวนการ ทั้งที่ไม่ใช่เลย ต้องย้ำว่า ตนเองเป็นเพียงคนเทรด ไม่ใช่ผู้ให้บริการ Forex ไม่ใช่เป็นคนชักชวนใคร ไม่ได้เจอใคร ดังนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้น ก็ไม่ได้เป็นเราที่มีความเกี่ยวข้อง ตนมั่นใจว่าเราเป็นแค่คนเทรด เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเทรด ก็ต้องยอมรับว่า บางครั้งการเทรด เราเทรดผิดพลาดเอง ผิดจังหวะเอง มันเกิดจากการที่เรากดเอง

ดังนั้น ตนเองไม่โทษว่าผู้ให้บริการโบรกเกอร์เป็นคนผิด แต่สิ่งที่ตนตัดสินใจผิดคือในฐานะที่ลงทุนไป และคดีนี้ก็ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่เหมือนอย่าง Forex-3D เพราะนั่นคือการหลอกลวงลงทุน หมายจับของ DSI ที่ขอศาลในตอนนี้คือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฉ้อโกงประชาชน อีกทั้งยังเตรียมพิจารณาฐานความผิดแชร์ลูกโซ่ด้วยนั้น ตนยืนยันว่าจะต้องชี้แจงทั้งหมด เพราะเราไม่เกี่ยวข้องจริง ๆ ส่วนเรื่องการขอปล่อยตัวในชั้นพนักงานสอบสวนก็ต้องลองดู เพราะวันนี้เรามาเเสดงความบริสุทธิ์ใจและไม่หนี เพราะยังมีหลายเรื่องที่ต้องไปขับเคลื่อนอีก หากได้ออกไป ก็จะได้ทำงานตรงนั้นต่อ ถึงแม้สภาจะปิดไปแล้ว แต่ก็มีประชุมกรรมาธิการอยู่เรื่อย ๆ

นายภาวุธ กล่าวต่อว่า ตนเองบริสุทธิ์ใจมาก ๆ ตนเองก็ยังตกใจว่าก่อนหน้านี้เราเป็นผู้ต้องสงสัย มาให้การในฐานะพยาน แต่วันนี้กลับสถานะจะเปลี่ยนเป็นผู้ต้องหา เลยต้องมาวันนี้มาฟังดู ก็ยอมรับว่าแปลกใจจริง

หลังจากที่นายภาวุธ ได้ให้สัมภาษณ์เสร็จ ก็ตัดสินใจเดินขึ้นไปด้านบนอาคาร ชั้น 9 กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เพื่อจะเข้าพบพนักงานสอบสวนแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ก็ไม่พบพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบทำคดี จึงเปิดเผยสั้น ๆ กับสื่อมวลชนว่า เนื่องจากวันนี้ตนเองไม่ได้ประสานเจ้าหน้าที่ไว้เพราะเห็นตามข่าวว่าจะมีการออกหมายจับ จึงเเสดงความบริสุทธิ์ใจเพื่อเข้ามา แต่ก็ไม่ได้พบเจ้าหน้าที่เจ้าของสำนวน แต่เจอเจ้าหน้าที่ส่วนอื่น และได้ทำหนังสือแจ้งไว้ว่าเราเเจ้งเจตจำจงไม่ได้หนีไปไหน เพราะตนเองยังมีประชุมที่รัฐสภาอีกหลายครั้ง ก็กังวลว่าหากกลัวว่าตนจะหนีแล้วไปบุกจับมาแล้วไม่ให้ประกันตัว ตนเองก็คงทำงานที่ค้างอยู่ลำบาก จึงเข้ามาแจ้งไว้ก่อน จึงทำหนังสือลงแจ้งไว้ ทั้งนี้ ตนเแงไม่คาใจ เพราะอาจเป็นเพราะเราอยากแสดงความบริสุทธิ์ใจเร็วไปหน่อย เห็นข่าวก็เลยรีบมา แต่ไม่เป็นไร เพราะสื่อที่เห็นก็เป็นพยานได้ว่าตนเองบริสุทธิ์ใจมาเข้าให้ข้อมูลแล้ว

หากมีการออกหมายจับจริง ๆ ตนเองก็พร้อมเข้าพบเจ้าหน้าที่ อย่างวันนี้ก็เข้าพบก่อนที่จะรู้ได้ว่าหมายจับออกจริงหรือไม่ ก็พร้อมชี้แจงข้อมูล ส่วนอยากจะร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดหรืออธิบดี DSI หรือไม่ เพราะในตอนนี้ได้ปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่นั้น ตนอยากชี้แจง เพราะถ้าดูภาพรวมคดี ตนไม่ใช่คนหลอกลวงหรือฉ้อโกงจริง ๆ จึงอยากฝากศาลและอัยการ ว่าคดีนี้คนเกี่ยวข้องเยอะ แต่มีเพียงชื่อตนเอวที่ออกมาในหน้าข่าว อยากขอความเห็นใจว่าเราเองก็ตั้งใจทำงาน อยู่ในสปอร์ตไลท์มาตลอด

ส่วนประเด็นที่ทำให้ตนเองมาถึงจุดนี้เพราะไปตรวจสอบโครงการรัฐบาลอย่างเข้มข้นนั้น ตนเองมองว่าเป็นหน้าที่อยู่แล้ว มันมีหลายเรื่องที่เราต้องทำ ถึงแม้การมีคดีนี้จะทำให้เราทำงานช้าขึ้น แต่ความตั้งใจทำงานของตนเอวก็ยังมีอยู่ต่อไป

Related Posts

Send this to a friend