สคพ.1 กังวลวิกฤตสารหนูในแม่น้ำสาละวินหลังพบเกินค่ามาตรฐาน 5 เท่า
สคพ.1 กังวลวิกฤตสารหนูในแม่น้ำสาละวินหลังพบเกินค่ามาตรฐาน 5 เท่า หวั่นทวีความรุนแรง เหตุบริษัทผู้ลงทุนเหมืองแรร์เอิร์ธเอาทุกแร่ที่ขุดเจอ เร่งหาแหล่งน้ำสำรอง-ตรวจปลาผัก แม้จะปลอดภัย แต่ต้องปรุงให้สุก จับตาประชุม คกก.มลพิษข้ามพรมแดน เมียนมาอาจไม่ร่วม
วันนี้ (13 มี.ค. 69) นางสาวเพียรพร ดีเทศน์ กรรมการบริหารมูลนิธิแม่น้ำและสิทธิ กล่าวในวงแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำสาละวิน ณ ห้องประชุม อบต.แม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ระบุว่า ที่ผ่านมาแม่น้ำสาละวินเป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญ เป็นแม่น้ำสายสุดท้ายที่มีความบริสุทธิ์ไม่มีเขื่อนกั้น ขณะที่แม่น้ำโขงมีเขื่อนกั้นไปแล้ว 12 แห่งในตอนบน แต่ขณะนี้มีความวิกฤตเนื่องจากประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ส่งออกแร่แรร์เอิร์ธใหญ่ที่สุดมากกว่า 70% มีการทำเหมืองแร่ลักษณะนี้ในพื้นที่เมียนมา ส่งผลกระทบด้านมลพิษทำให้แม่น้ำปนเปื้อน แม้จีนจะมีการออกกฎหมายระงับการทำเมืองแร่แรร์เอิร์ธ แต่ภายหลังจีนมีการขยายมาทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่รัฐคะฉิ่นและในพื้นที่กองกำลังว้า
ก่อนหน้านี้เราพบว่าแม่น้ำกก สาย รวกปนเปื้อนโลหะหนักโดยเฉพาะสารหนู ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าที่แม่น้ำสาละวินพบการปนเปื้อนเช่นกัน เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงมีการทำเหมืองแร่และเอิร์ธประมาณ 26 แห่ง ทั้งนี้เมื่อเดือน ก.ย.68 อบต.แม่สามแลบ ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบมีการปนเปื้อนสารหนูมากถึง 5 เท่า ทำให้ชุมชนที่ใช้แม่น้ำสาละวินโดยตรงก็อยู่ในความเสี่ยงด้วย
ด้าน นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 กรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า จากประสบการณ์สารปนเปื้อนแม่น้ำกก เราได้เฝ้าระวังที่แม่น้ำสาละวินด้วย เนื่องจากแต่ละแม่น้ำหากมีเหมืองอยู่ด้านบน ถ้าเป็นเหมืองทอง จะต้องมีไซยาไนด์และปรอท เราจึงตรวจทุกสารปนเปื้อนเพื่อให้ครอบคลุม
จากการตรวจสอบพบว่า ในพื้นที่สาละวิน เราตรวจเจอสารหนูครั้งแรกตั้งแต่เดือน พ.ย.68 ส่วนการตรวจครั้งที่ 2 มีข้อจำกัดหลายอย่าง เราสามารถตรวจได้แค่บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ถึงบ้านสบเมย ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และครั้งที่ 3 ตรวจหาสารปนเปื้อนล่าสุดระหว่างวันที่ 27-29 ม.ค.69 จากบ้านท่าตาฝั่งถึงบ้านสบเมย พบสารหนูเกิน 3 เท่า
นายอาวีระ ยืนยันว่ากรมควบคุมมลพิษมีการเฝ้าระวังและเก็บตัวอย่าง ชาวบ้านมีการสอบถามว่าสารหนูในแม่น้ำกกกับแม่น้ำสาละวินแตกต่างกันหรือไม่ ซึ่งในแม่น้ำสาละวินไม่เหมือนกับแม่น้ำกก แม่น้ำกกน้ำขุ่นจะเจอสารหนู แต่แม่น้ำสาละวินในการตรวจครั้งที่ 2 พบว่าน้ำใสกว่า แต่เจอสารหนูมากกว่าเดิม จึงสันนิษฐานว่าขึ้นอยู่กับกระบวนการการผลิตแร่ หากใช้สารเคมีแอมโมเนียมซัลเฟตที่ฉีดไปในดินแล้วมีกรดมาก โอกาสที่จะแตกตัวเป็นสารละลายก็มีมากด้วย
อย่างไรก็ตามข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และกรมควบคุมมลพิษตรงกัน พบสารหนูในแม่น้ำสาละวิน สูงกว่าค่ามาตรฐาน 3-4 เท่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการช่วยบรรเทาผลกระทบของประชาชน จะต้องดำเนินการเรื่องระบบน้ำประปาและน้ำสำรอง จึงขอคำแนะนำพี่น้องประชาชนริมน้ำสาละวิน สารหนูจะสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการกินและบาดแผล ขอความกรุณาหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำและสัมผัสน้ำ หากสัมผัสจะต้องรีบล้างน้ำสะอาดอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ปลาและพืชผัก ผลการตรวจยังไม่ได้เกินค่ามาตรฐาน แต่ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตจะไม่ได้เกิน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเก็บข้อมูลและตรวจหาสารโลหะหนักอยู่ตลอด ทั้งนี้เนื้อปลาแม้จะปลอดภัย แต่หากจะนำไปรับประทานอาหารต้องปรุงให้สุก และหลีกเลี่ยงเครื่องใน และอาจจะต้องพูดคุยว่าลุ่มน้ำสาละวินมีการปลูกพืชอะไรบ้าง มีกี่ชนิด ชนิดใดบ้างที่จะเป็นตัวสะสมสารหนู
สำหรับผลกระทบในระยะยาวหากมีการทำเหมืองกระจายไปในหลายที่เช่นเดียวกับรัฐคะฉิ่น ประเทศเมียนมา นายอาวีระ กล่าวว่า เราเห็นภาพการใช้สารเคมีโดยไม่จำกัด อนาคตการฟื้นฟูตามกฎหมายคงไม่ทำเพราะราคาสูง ก็คงจะต้องปล่อยไว้แบบนั้น เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจในรุ่นลูกรุ่นหลาน สถานการณ์ขณะนี้คือ บริษัทผู้ลงทุนเอาทุกแร่ที่ขุดเจอ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก
ขณะที่การประชุมคณะกรรมการมลพิษข้ามพรมแดน ที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ เป็นเรื่องที่น่าจับตาเพราะฝั่งเมียนมาจะไม่ขอเข้าร่วม อยากหารือกับไทยโดยตรงมากกว่า โดยจะมีการหารือเรื่องกรอบการประชุมในวันที่ 17 มี.ค.69 และจัดประชุมนัดแรกที่ไทยในเดือน เม.ย.นี้ ส่วนนัดที่สองจะจัดขึ้นที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา












