POLITICS

‘เครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้ง66’ เรียกร้อง กกต. ทำงานโปร่งใส

‘เครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้ง66’ จำลองการนับคะแนน-แถลงเรียกร้อง กกต. ทำงานโปร่งใส ชวนประชาชนจับตารายหน่วย

วันนี้ (11 ม.ค. 66) ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (หอศิลปกรุงเทพฯ) เครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งปี 2566 (จำนวน 101 องค์กร) จัดงานเสวนา เข้าคูหาจับตาเลือกตั้ง 2566 โดยก่อนเริ่มงานได้มีการแสดงดนตรี รวมถึงมีกิจกรรมจำลองการเลือกตั้ง จำลองการนับคะแนนการเลือกตั้งที่อิงจากกรณีตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นในปี 2562 เพื่อเตรียมความพร้อมในการไปใช้สิทธิเลือกตั้งภายใต้กติกาใหม่และเตรียมความพร้อมในการสังเกตการณ์การเลือกตั้งให้กับประชาชน

จากนั้นแกนนำเครือข่าย อ่านแถลงการณ์ของเครือข่ายฯ ถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมนำเสนอข้อเรียกร้องต่อประชาชนและฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างๆ ดังนี้

“การเลือกตั้งเป็นกิจกรรมทางการเมืองของประชาชนทุกคน นักการเมืองหรือชนชั้นนําไม่มีความชอบธรรมใดๆ ในการครอบงำหรือบงการการเลือกตั้งให้บิดเบี้ยวไปจากหลักสากลว่าด้วยการเลือกตั้งที่เป็นธรรม อิสระ และโปร่งใส น่าเสียดายที่การเมืองไทยถูกแทรกแซงอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้แม้จะมีการเลือกตั้ง แต่การเมืองไทยกลับยิ่งถอยห่างออกจากประชาธิปไตย อย่างไรก็ดี ยังไม่สายเกินไปหากประชาชนจะร่วมกันทวงคืนการเลือกตั้งให้กลับเข้าสู่ร่องสู่รอยโดยเร็ว

การเกิดขึ้นของรัฐประหารปี 2557 นับเป็นจุดด่างพร้อยครั้งใหญ่ของการเลือกตั้งและประชาธิปไตยไทย การรัฐประหารครั้งนั้นพรากสิทธิการเลือกตั้งของประชาชนเป็นเวลากว่า 5 ปี ในบริบทที่ประชาชนตื่นตัวและเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นเข้ากับการเมืองในระบอบประชาธิปไตยไปแล้ว อีกทั้ง การเลือกตั้งที่ถูกจัดขึ้นในปี 2562 เป็นการเลือกตั้งที่ถูกควบคุมโดยรัฐบาลทหารและเกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ส่งผลให้ผลการเลือกตั้งเป็นที่คลางแคลงใจของประชาชนต่อความสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชนในการลงคะแนน เช่น รัฐธรรมนูญปี 2560 กําหนดให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คน ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)

นอกจากนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งก็มีที่มาจากคณะรัฐประหาร และถูกวิจารณ์อย่างหนักหลังการเลือกตั้งถึงมาตรฐานการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะเรื่องความผิดปกติของการแบ่งเขตเลือกตั้ง ความโปร่งใสของผลการเลือกตั้ง ความถูกต้องของการคํานวณจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง รวมถึงความเป็นกลางในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนและคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมือง

จากการประเมินของ “เครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งปี 2566” คาดว่าในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ปัญหาเรื่องความเป็นธรรม ความเป็นอิสระ และความโปร่งใสจะยังคงเกิดขึ้นอีก การให้อำนาจ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหารสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. ได้ จะยังคงสร้างความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันของพรรคการเมืองอีกเช่นเคย อีกทั้ง การมี กกต.ชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่ อาจมีความผิดปกติเช่นเดิมหรือความผิดปกติใหม่เกิดขึ้นอีก

ถึงเวลาแล้วที่การสังเกตการณ์การเลือกตั้งโดยประชาชนต้องขยายตัวอย่างกว้างขวาง เพื่อรับรองว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปตามหลักสากลและเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่เป็นอิสระของประชาชน “เครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งปี 2566” เกิดขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศ เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2566 เป็นการประสานความร่วมมือกันของเครือข่ายภาคประชาชนหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่มีหน้าที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งอย่างเป็นกลางโดยเฉพาะ และกลุ่มที่มีความตื่นตัวทางการเมืองต่างๆ (ดังรายชื่อท้ายแถลงการณ์นี้) โดยมีวิสัยทัศน์แห่งความสำเร็จ คือ

หนึ่ง ป้องกันการโกงการเลือกตั้งและทำให้การเลือกตั้งเป็นไปตามหลักสากล

สอง เพิ่มความไว้วางใจในกระบวนการการเลือกตั้งในฐานะที่เป็นเครื่องมือสำคัญของการเลือกผู้แทนของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งปฏิเสธเครื่องมืออื่นที่ไม่มีความยึดโยงกับประชาชน และ

สาม ส่งเสริมการพัฒนาการเลือกตั้งเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและความรุนแรงหลังการเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่พอใจในการเลือกตั้งทไม่เป็นไปตามหลักสากล

ทั้งนี้ “เครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งปี 2566” มีข้อเรียกร้องต่อประชาชนและฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

1.ขอให้ กกต. ทำหน้าที่อย่างโปร่งใส เป็นธรรม เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งต่อสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแบ่งเขตเลือกตั้ง การเปิดเผยผลคะแนนรายหน่วยผ่านระบบออนไลน์ สนับสนุน ให้ความสำคัญ และร่วมมือกับประชาชนทุกฝ่ายที่ต้องการเข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง และร่วมมือกับประชาชนทุกฝ่ายที่ต้องการมี ส่วนร่วมในการรณรงค์เลือกตั้ง ประชาธิปไตยและเข้า ร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง

2.ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐสร้างบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตยในช่วงก่อนวันเลือกตั้งนับต่อ จากนี้ไป เช่น คุ้มครองให้ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่โดยไม่ถูกคุกคาม ให้ พรรคการเมืองใช้พื้นที่และสิ่งอํานวยความสะดวกในความดูแลของรัฐเพื่อรณรงค์การเลือกตั้ง คุ้มครอง ให้ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่โดยไม่ถูกคุกคาม ให้พรรคการเมืองใช้พื้นที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่ในความดูแลของรัฐอย่างเท่าเทียม ในการหาเสียงเลือกตั้ง และ ควบคุมมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทำการใด ๆ เพื่อเป็นคุณ หรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

3.ขอเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนในทุกเขตเลือกตั้งเข้าร่วมการสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วไปที่กําลัง จะมาถึงโดยลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครฯ หรือส่งข้อมูลความผิดปกติหรือสถานการณ์การเลือกตั้งใน เขตของตนเองทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังวันเลือกตั้ง แก่ “เครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์การ เลือกตั้งปี 2566”ผ่านทางเว็บไซต์ Vote62.com

การเลือกตั้งต้องเป็นของประชาชน ต้องไม่เป็นเพียงพิธีกรรมทางการเมืองที่ไร้ความหมายต่อประชาชนอีกต่อไป”

จากนั้น ผู้จัดยังได้จำลองการนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้ง โดยจัดพื้นที่ในห้องและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เหมือนกับรูปแบบการเลือกตั้งในหน่วยเลือกต้้งจริง พร้อมทั้งสาธิตการแก้ไขความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างเลือกตั้ง เช่น เหตุการณ์ไฟดับ การนับหรือรวมคะแนนผิด การนับบัตรดีเป็นบัตรเสีย การนับบัตรเสียเป็นบัตรดี เป็นต้น

โดยนายณัชปกร นามเมือง จาก iLaw กล่าวสรุปว่า หากประชาชนในแต่ละพื้นที่ช่วยกันตรวจสอบการนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้ง จะช่วยให้เกิดความโปร่งใสขึ้นในการนับและรวมคะแนน ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการโกงการเลือกตั้งได้

Related Posts

Send this to a friend