‘เพื่อไทย’ ไม่ตั้งกมธ.ร่วมศึกษานิรโทษกรรม ที่ สว. ส่งกลับ
วันนี้ (7 ก.ค. 69) นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … ที่วุฒิสภาส่งกลับมายังสภาฯ โดยวิปรัฐบาลมีมติเห็นชอบที่ไม่ตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภา ว่า การประชุมวิปรัฐบาลเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ประชุมมีความเห็นตรงกัน หลังจากที่สว.ส่งร่างกลับมาโดยแก้ไขในบางประเด็นในเรื่องการนิรโทษมาตรา 112 ซึ่งทางวิปรัฐบาลได้ถกเถียงกันในประเด็นนี้ หลายคนให้ความเห็นว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นร่างที่ส่งมาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมตรี เป็นผู้เสนอ และในที่ประชุมวิปรัฐบาลทางสว.ก็ได้มาชี้แจง ซึ่งเราก็ได้พิจารณา ดังนั้น มติวิปรัฐบาลจึงเห็นควรให้ยืนตามแนวทางที่วุฒิสภาแก้ไข และมีมติไม่ตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภา และเมื่อเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯในวันที่ 8 ก.ค. ก็จะโหวตเลย เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาล จะเอามติของวิปรัฐบาลไปพูดคุยในที่ประชุมพรรคแต่ละพรรคในช่วงบ่ายวันนี้
ส่วนทางพรรคเพื่อไทยจะเห็นตามมติของวิปรัฐบาลหรือไม่ นางมนพร กล่าวว่า เชื่อว่าถึงแม้พรรคเพื่อไทยจะเห็นต่างในมุมเล็ก ๆ ก็สามารถที่จะอภิปรายในที่ประชุมสภาฯ ได้ จึงเชื่อว่าจากร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เราอยากเห็นคนหลายกลุ่ม หลายสี ได้กลับมาสามัคคีกันและมีการนิรโทษในกลุ่มคนเหล่านี้ ประมาณ 6 พันกว่าคน ประมาณ 4 ล้านกรณี และหากมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภา จะทำให้ 6 พันกว่าคนที่จะได้รับการนิรโทษต้องรอไปก่อน ดังนั้น ทางพรรคเพื่อไทยมองว่าเมื่อร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจากสภาไปแล้ว และมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณารอบด้านในวาระที่ 2 และ 3 แล้ว ถือว่าความคิดเห็นตกผลึกแล้ว เมื่อส่งไปที่วุฒิสภาและสว.ให้ความเห็น เมื่อสว.ให้ความเห็นต่างจากสส. เมื่อส่งกลับมาตนมองว่าไม่จำเป็นตั้งกรรมาธิการร่วมอีกแล้ว
นางมนพร กล่าวว่า แม้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กรรมาธิการในสัดส่วนเพื่อไทย เสนอให้เพิ่มเนื้อหาในมาตรา 11 ให้มีกลไกดูแลผู้กระทำผิดที่อายุต่ำกว่า 18 ปี อาจไม่ได้รับการนิรโทษตามพ.ร.บ.นี้ แต่สว.ได้เพิ่มข้อความว่า ห้ามนำมาบังคับใช้กับการกระทำความผิดมาตรา 112 ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่ติดใจ เพราะถือว่ามีกลไลของศาลเยาวชนและครอบครัว และกฎมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ดูแลคนกลุ่มนี้ได้อยู่แล้ว













