POLITICS

‘เศรษฐา’ ยัน ต้องตอบ ป.ป.ช. ให้ได้ หลังมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการดิจิทัล วอลเล็ต

‘เศรษฐา’ ยัน ต้องตอบ ป.ป.ช. ให้ได้ หลังมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการดิจิทัล วอลเล็ต เตรียม ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่สัปดาห์หน้า ตอบกลับ ปรับเกณฑ์คนเปราะบางหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล พร้อมน้อมรับทุกความเห็น

วันนี้ (7 ก.พ. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังจากที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงข้อเสนอแนะต่อการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัล วอลเล็ต ว่า ตนเองได้อ่านคร่าว ๆ แล้ว ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ เรายืนยันว่าจะต้องตอบคำถามให้ได้

สำหรับข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. ที่ให้รัฐบาลระมัดระวังในการใช้เงินนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องระมัดระวังอยู่แล้ว มีคณะอนุกรรมการดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว มีระบบที่ชัดเจนในการตรวจสอบได้ทุก ๆ ขั้นตอน

ส่วนหลังจากนี้จะมีการส่งเรื่องให้กับกฤษฎีกาเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า คณะทำงานคงทำทุกอย่าง ที่เป็นการปกป้อง และดูแลเรื่องผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้ง และหลังจากนั้นจะมีการแถลงข่าว

ส่วนความเห็นของทาง ป.ป.ช. ที่เสนอแนะให้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี ดีกว่าการออก พ.ร.บ. กู้เงินนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องไปคุยกันเพราะตนเองก็เพิ่งทราบ ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ ต้องดูความเหมาะสมก่อน

ส่วนข้อเสนอแนะในการปรับเกณฑ์ผู้ที่จะได้เงินนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ต้องดูว่าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ว่าอย่างไร และเหตุผลคืออะไร ซึ่งคือการตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่วนนโยบายจะให้ใครบ้าง เป็นเรื่องของรัฐบาล เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องคำนึงถึง และน้อมรับข้อสังเกตเรื่องของการทุจริต ตนเองเน้นย้ำในส่วนนี้ เพื่อให้ทาง ป.ป.ช. มีความสบายใจ และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน แต่ถ้าถามเรื่องของคนเปราะบาง เป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันตั้งแต่วันแรกแล้ว หากกำหนดว่ารายได้ต่ำกว่า 20,000 บาท เปราะบาง แต่ผู้ที่มีรายได้สูงกว่านั้นมีหนี้เยอะ ก็ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน จึงถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้น ทาง ป.ป.ช. มีหน้าที่ดูเรื่องทุจริต เราก็ระวังตรงนี้ และขอน้อมรับไว้

ส่วนการสร้างความเข้าใจเนื่องจากว่าช่วงหาเสียงบอกว่าจะไม่กู้ แต่เมื่อดำเนินโครงการแล้วกลับกู้เงิน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ก็ต้องอธิบายให้ได้ ซึ่งขอให้ดูข้อสรุปทั้งหมดก่อน ยืนยันว่า ทุกความเห็นต้องนำมาคำนึงถึงทั้งหมด

สำหรับความมั่นใจว่าจะฝ่าวิกฤตความเห็นต่างตรงนี้ไปได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญในสังคมไทย เราเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีพี่น้องประชาชนให้การสนับสนุน ความเห็นต่างเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับได้ และต้องบริหารจัดการความหวังซึ่งกันและกัน อยู่ในกรอบของความไม่ก้าวร้าว พร้อมยืนยันว่าไม่มีความรู้สึกว่าถูกบีบให้ถอย เป็นหน้าที่ที่เราต้องจัดการเรื่องนี้อยู่แล้ว

Related Posts

Send this to a friend