POLITICS

กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) ออกแถลงการณ์ กรณี ผลการพิจารณาการเข้าร่วมความตกลง CPTPP

แถลงการณ์กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)

ตามที่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (5 พฤษภาคม 2564) ได้มีวาระผลการพิจารณาการเข้าร่วมความตกลง CPTPP เข้าบรรจุอยู่ในวาระแค่เพื่อทราบ แต่ไม่มีการแจกเอกสารการประชุมให้รัฐมนตรีก่อน เป็นเอกสารแจกในที่ประชุมแล้วเก็บกลับคืนในเวลาเพียงสั้นๆ ซ้ำยังระบุในเอกสารวาระว่า ‘หากไม่มีข้อทักท้วงให้ถือเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ/อนุมัติ’ ดังที่ FTA Watch ได้นำเสนอตั้งแต่เมื่อวานแล้วนั้น

มีคำกล่าวหาว่านี่เป็นข่าวลวง เพราะในเวลาต่อมา รองโฆษกรัฐบาลชี้แจงว่า เป็นเพียงการขออนุมัติขยายเวลาศึกษาเพิ่มเติมอีก 50 วัน ไม่มีการอนุมัติให้นายกรัฐมนตรีลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลง CPTPP ที่จะมีการประชุมปีละครั้งในเดือนสิงหาคมนี้

เอกสารประกอบวาระการประชุมซึ่งมีข้อความที่ตีความได้ว่า ต้องการให้เป็นวาระลับและตีขลุมว่า ได้รับความเห็นชอบและอนุมัติแล้วหากไม่มีข้อทักท้วงดังกล่าว FTA Watch ได้รับช่วงสายของเมื่อวานนี้ จึงแจ้งให้ประชาชนและสื่อมวลชนทราบ ด้วยเห็นว่า เรื่องสำคัญนี้มีผลผูกพันประเทศไทยถึงชั่วลูกชัวหลานและมีผลกระทบต่อทั้งสังคม ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร พันธุกรรมอันเป็นสมบัติของแผ่นดิน ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า นโยบายสาธารณะที่จะออกมาเพื่อปกป้องคุ้มครองประชาชนด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงผู้ประกอบการไทยที่จะได้รับผลกระทบจากทุนใหญ่ในประเทศและทุนใหญ่ต่างประเทศ ไม่พึงพิจารณาด้วยการหมกเม็ดลับๆล่อๆ

ถามว่า เหตุใดทีมงานโฆษกจึงไม่แถลงข่าวเรื่องการขอขยายเวลาศึกษาอีก 50 วัน หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมกับวาระอื่นๆ แต่กลับมาชี้แจงตอนค่ำของเมื่อวานนี้ หลังจากถูกผู้สื่อข่าวสอบถามจากกระแสเทรนดิ้งทวีตเตอร์ที่ประชาชนร่วมกันทวีต #NoCPTPP มากกว่าหนึ่งล้านสี่แสนครั้ง

จริงหรือไม่? ที่ก่อนหน้านี้มีความพยายามตีความจากทีมงานกระทรวงการต่างประเทศและทีมเลขาคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สามารถลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงขอเข้าเป็นสมาชิก CPTPP ได้เลยโดยไม่ต้องรอการศึกษาครบถ้วนอีก 50 วัน เพราะถือว่านี่เป็นกระบวนการรองรับภายใน แต่อาศัยการอนุมัติ/เห็นชอบของคณะรัฐมนตรีในคราวนี้ จริงอยู่ที่ไม่มีการพูดคุยในคณะรัฐมนตรี แต่เป็นสิ่งที่ทีมงานของนายดอน ปรมัตรวินัย รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวการต่างประเทศในฐานะประธาน กนศ.เตรียมไว้ และผู้สื่อข่าวจำนวนหนึ่งก็ทราบเรื่องนี้ดี

ถ้าไม่มีพลังของประชาชนคนรุ่นใหม่ที่ร่วมใจกันทวีต #NoCPTPP ดังเป็นล้านครั้ง รวมทั้งการส่งข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆอย่างกว้างขวางเช่นนี้ พวกเขาคงตีเนียนเดินหน้าเข้าร่วมความตกลงที่ได้ชื่อว่าจะสร้างผลกระทบกับสังคมไทยอย่างร้ายแรงครั้งสำคัญ

การตื่นตัวของประชาชน การตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นในเรื่องใหญ่เช่นนี้ เป็นหน้าที่ของคนทุกกลุ่ม เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะมีอนาคตที่ดีรออยู่ข้างหน้า ท่ามกลางภาวะวิกฤตที่โลกและสังคมกำลังเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้

กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน
(FTA Watch)
6 พฤษภาคม 2564

Related Posts

Send this to a friend