‘พลพีร์’ สั่งกรมการปกครองตรวจสอบเส้นเงินมูลนิธิองค์กรทำดี-มูลนิธิอื่น
‘พลพีร์’ สั่งกรมการปกครองตรวจสอบเส้นเงินมูลนิธิองค์กรทำดี-มูลนิธิอื่น คาดบ่ายหรือพรุ่งนี้ได้ตัวเลขชัดเจน ผุดได้ยินข่าว ‘กัน จอมพลัง’ ซื้อที่ดินให้ ‘บุ๋ม ปนัดดา’ แต่ขอตรวจสอบก่อน รับกฎหมายล้าหลังต้องปรับปรุง
วันนี้ (3 พ.ย.69) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบที่มาของเงินและการแสดงหลักฐานการเสียภาษีของนางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดีว่ารายละเอียดของมูลนิธิและสมาคมต่าง ๆ มีระเบียบข้อบังคับอยู่แล้วและในการประชุมแต่ละปีจะมีต้องมีรายงานงบดุล รายได้มาจากที่ใดซึ่งได้ให้กรมการปกครองและหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบอยู่และไม่ได้ตรวจสอบแค่มูลนิธิของนางสาวปนัดดาเพียงมูลนิธิเดียวแต่พยายามจะตรวจสอบมูลนิธิอื่นด้วยเพราะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเหมือนกัน ส่วนตัวเลขทั้งหมดน่าจะได้รายละเอียดในช่วงเย็นวันนี้หรือพรุ่งนี้เช้า (4 พ.ย.69) เพราะอยากให้รอบคอบที่สุดเนื่องจากเป็นมูลนิธิที่ประชาชนให้ความสนใจรวมถึงกรณีที่ว่ามีบุคคลซื้อที่ดินให้มูลนิธิก็จะตรวจสอบเช่นเดียวกัน
ส่วนกระแสข่าวว่าบุคคลที่ซื้อที่ดินให้มูลนิธิองค์กรทำดีคือนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์หรือกัน จอมพลัง นายพลพีร์กล่าวว่าได้ยินในข่าวว่าอย่างนั้นแต่ขอไปดูก่อนว่ามูลนิธิมีการรับมอบที่ดินมาหรือไม่และที่ดินที่มูลนิธิตั้งเป็นชื่อของใครซึ่งกรมการปกครองและกรมที่ดินกำลังตรวจสอบอยู่คาดว่าช่วงบ่ายวันนี้น่าจะได้เนื้อหาครบถ้วนพอสมควรซึ่งหากมีความคืบหน้าจะแจ้งรายละเอียดอีกครั้ง
ขณะเดียวกันนายพลพีร์เห็นด้วยกับแนวคิดของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีที่ควรเปิดเผยรายละเอียดของมูลนิธิให้ประชาชนรับทราบซึ่งเข้าใจว่าโดยหลักการในการเริ่มมูลนิธิต่าง ๆ ก็อยากจะช่วยเหลือประชาชนแต่การมาเป็นมูลนิธิหรือสมาคมคือการมีอาสาที่เป็นคนกลางแต่ว่าเมื่อมีการรับบริจาคเงินจากประชาชนแล้วประชาชนก็ควรที่จะสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ซึ่งเดี๋ยวจะไปดูว่าระเบียบต่าง ๆ ของกรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถแก้ไขอะไรได้หรือไม่หรือสามารถทำเป็นกฎกระทรวงได้หรือไม่เพราะหากเป็นกฎกระทรวงก็จะมีอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือ มท.1 ซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรีแต่ถ้าไม่ได้ต้องเป็นการแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนดก็อาจจะต้องใช้เวลาเพราะต้องเข้าสู่ที่ประชุมสภา ทั้งนี้ถ้าหากเป็นเงินของประชาชนจะบริจาคให้ใครก็แล้วแต่ก็ควรจะมีสิทธิ์เข้าตรวจสอบได้ว่าเงินที่ตัวเองบริจาคไปนั้นจะไปที่ไหนและไปช่วยเหลือใคร
ส่วนจะมีการคุมกำเนิดมูลนิธิหรือไม่เนื่องจากมีเป็นจำนวนมากนายพลพีร์กล่าวว่าเรื่องแบบนี้เป็นข้อสงสัยของประชาชนมานานเช่นเงินไปตรงไหนมีผู้รับเหมาหรือการโอนคืนแบบนี้อาจจะชัดไปไหมหรือผิดเลยหรือไม่ต้องไปตรวจสอบก่อนและต้องไปดูว่าผู้ร้องร้องเรียนเรื่องอะไร ยืนยันว่ากรมการปกครองไม่มีละเว้นจะเข้าไปตรวจสอบทั้งหมดเพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนไม่สบายใจ
ส่วนจะต้องมีการปรับระเบียบการตั้งมูลนิธิมีความยากหรือไม่นายพลพีร์กล่าวว่ายอมรับว่าบางกฎหมายมีความล้าหลังเช่นการทำสื่อสารของชาวอิสราเอลที่จังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งเป็นกฎหมายเดิมตั้งแต่ปี พ.ศ.2506 ตั้งแต่ตนเองยังไม่เกิดจึงได้กำชับให้กระทรวงมหาดไทยว่าบางครั้งกฎหมายอาจจะโบราณแต่เราก็ต้องกลับมาแก้และปรับปรุงและมองไปข้างหน้าด้วยว่าอีก 5-10 ปีจะเป็นอย่างไรซึ่งอยากให้ทำทีเดียวและไม่ใช่ว่ารัฐบาลนี้แก้ไขแล้วพอรัฐบาลใหม่เข้ามาอีก 2 ปีก็จะต้องแก้ไขปรับปรุงแบบนี้ไม่เอา














