POLITICS

’พลพีร์‘ แจงปมโซลาร์ภาคประชาชน ยันไม่มีเกณฑ์กีดกันทางการค้า – เอื้อรายใหญ่

’พลพีร์‘ แจงปมโซลาร์ภาคประชาชน ยันไม่มีเกณฑ์กีดกันทางการค้า – เอื้อรายใหญ่ ชี้ราคากลาง กฟภ. – กฟน. 1.4 แสนบาท เปิดผู้ประกอบการแข่งราคาได้ตามสมัครใจ จ่อสอบเอกสาร กฟภ.เชียงใหม่ ใส่ราคา 1.1 แสนบาท คาดรู้ผลใน 2 วัน พร้อมตรวจสอบ 60 บริษัทใช้ที่อยู่ซ้ำ-120 บริษัทผู้บริหารถือหุ้นไขว้ ย้ำรัฐมุ่งดูแลประชาชน 67 ล้านคน

วันนี้ (3 พ.ย. 69) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จ.เชียงใหม่ ระบุราคาไว้ที่ 110,000 บาท ว่า ตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงใส่ราคาไว้ที่ 110,000 บาท เนื่องจากโครงการนี้ นายกรัฐมนตรีและตนได้ชี้แจงมาโดยตลอดว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ประเมินราคาไว้ที่ 140,000 บาท ซึ่งเป็นราคามาตรฐานที่ประชาชนจะได้รับแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน

ดังนั้น หากผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่ถูกกว่าหรือแพงกว่าราคาดังกล่าว ก็ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการและประชาชนว่าจะเลือกใช้บริการรายใด โดยอยากให้สื่อมวลชนและประชาชนเข้าใจว่า การไฟฟ้าทำหน้าที่เหมือนวันสต็อปเซอร์วิส หรือร้านสะดวกซื้อ ส่วนผู้ประกอบการเปรียบเสมือนสินค้าที่วางอยู่บนชั้น ประชาชนเข้ามาใช้บริการและต้องการเลือกผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการรายใด ก็สามารถเลือกได้ตามความต้องการ

นายพลพีร์ กล่าวว่า ไม่มีหลักเกณฑ์ใดที่จะกีดกันทางการค้า และขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีเกณฑ์กีดกันทางการค้าหรือเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยอยากให้ทำความเข้าใจว่า บริษัทที่มีขนาดเล็ก หากสามารถติดตั้งได้ 10 หลังคาเรือน ก็ขอให้ดำเนินการ 10 หลังคาเรือนก่อน แล้วจึงขยายไปยังหลังคาเรือนที่ 11 และหลังถัดไป แต่หากมีบุคลากรเพียง 100 คน แต่ไปรับงานถึง 1,000 หลังคาเรือน ก็จะไม่เกิดความเป็นธรรมต่อประชาชน เพราะไม่ทราบว่าจะต้องรอนานเพียงใด รวมถึงไม่รู้ว่าผู้ประกอบการจะสามารถควบคุมคุณภาพงาน หรือจัดส่งวิศวกรเข้ามาตรวจสอบได้ทันหรือไม่

“ไม่มีเกณฑ์ที่จะกีดกันทางการค้า และผมก็ขอยืนยันนอนยันเลยว่ามันไม่มีเกณฑ์กีดกันทางการค้า หรือเอื้อรายใหญ่เลย อยากให้ทำความเข้าใจว่าในบริษัทที่มีไซซ์เล็กกว่า หากคุณติดตั้งได้ 10 หลังคาเรือน ก็ขอทำ 10 หลังคาเรือนก่อน แล้วค่อยไปหลังคาเรือนที่ 11 ต่อ ๆ ไป แต่ถ้าเกิดกำลังคนมี 100 แต่ไปรับงาน 1,000 ก็ไม่เกิดความเป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชน เพราะเขาไม่รู้ว่าต้องรอนานขนาดไหน ไม่รู้ว่าคุณภาพหรือวิศวกรจะวิ่งมาดูให้ได้หรือไม่” นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ตนได้กำชับให้การไฟฟ้าเป็นผู้ประเมินว่าแต่ละบริษัทมีศักยภาพในการรับงานติดตั้งได้จำนวนกี่หลังคาเรือน ส่วนประเด็นด้านการเงินที่มีข้อกังวลว่าผู้ประกอบการรายเล็กไม่สามารถวางหลักประกันธนาคาร (แบงก์การันตี) แข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้นั้น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่ามีสินเชื่อพิเศษให้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำและกำหนดระยะเวลาการกู้ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ผู้ให้บริการจึงไม่จำเป็นต้องใช้เงินสด 50,000 บาท แต่สามารถใช้บริการค้ำประกันผ่านธนาคารของรัฐ โดยจ่ายเพียงค่าธรรมเนียมปีละ 500 บาทต่อหลังคาเรือนเท่านั้น

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการรายใด หากมีศักยภาพรับงานได้เท่าใดก็สามารถดำเนินการไปก่อนได้ ไม่ใช่ว่ารัฐจะไม่เปิดโอกาสให้รับงานเพิ่มเติม โดยสิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการทุกรายต้องประชาสัมพันธ์บริษัทของตนเอง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกใช้บริการ

ส่วนกรณีที่ประชาชนบางส่วนเดินทางไปยังการไฟฟ้า และขอให้การไฟฟ้าเป็นผู้เลือกผู้ให้บริการให้ นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนได้กำชับให้การไฟฟ้าจัดทำรายชื่อผู้ให้บริการที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนเลือกได้ทันที พร้อมอาจระบุข้อมูลประวัติและผลงานของแต่ละบริษัทประกอบด้วย ซึ่งสุดท้ายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ยืนยันว่าไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใดหรือบริษัทใดเป็นพิเศษ

สำหรับกรณีเอกสารของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขา จ.เชียงใหม่ ที่ระบุราคา 110,000 บาทนั้น พบว่าเป็นเอกสารภายในที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากส่วนกลาง ขณะนี้ได้ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาแล้ว โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะต้องชี้แจงให้ได้ว่าเหตุใดจึงมีการกำหนดราคาดังกล่าว และหากผลสรุปของคณะกรรมการเป็นอย่างไรก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น

หากตรวจสอบพบว่า มีการกระทำความผิดจริง หรือมีการพูดคุยกับผู้ประกอบการบางรายในภาคเหนือ เพื่อให้สามารถกำหนดราคาต่ำกว่าราคากลางได้ ตนก็ต้องดำเนินการอย่างแน่นอน แต่ขอตรวจสอบระเบียบของการไฟฟ้าก่อนว่าสามารถดำเนินการในเรื่องใดได้บ้าง

ส่วนกรณีดังกล่าวเข้าข่ายทุจริตแล้วหรือไม่นั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ส่วนตัวยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีการระบุราคาไว้ที่ 110,000 บาท จึงขอรอข้อมูลจากคณะกรรมการสอบสวนก่อน แล้วจึงนำมาพูดคุยกันอีกครั้ง โดยคาดว่าเรื่องนี้ภายใน 2 วันน่าจะทราบผล ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาถึง 7-15 วัน ซึ่งจริง ๆ แล้วทางการไฟฟ้าน่าจะทราบข้อมูลแล้ว แต่ขอรอให้มีผลสรุปอย่างเป็นทางการก่อน เพราะการดำเนินการขั้นต่อไปจำเป็นต้องมีพยานหลักฐานเป็นเอกสาร พร้อมขอบคุณผู้ที่ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะหากไม่มีสื่อมวลชน ตนก็อาจไม่ทราบเรื่องดังกล่าว

สำหรับกรอบระยะเวลาการตรวจสอบของการไฟฟ้าที่กำหนดไว้ 7 วัน จะสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่นั้น นายพลพีร์ ยืนยันว่า สามารถทำได้จริง โดยต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการไฟฟ้าไม่ได้เป็นผู้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เอง แต่มีหน้าที่ตรวจสอบและเปลี่ยนมิเตอร์ให้เป็นสมาร์ทมิเตอร์ เนื่องจากต้องสามารถตรวจสอบการไหลของกระแสไฟฟ้าทั้งขาเข้าและขาออก เพื่อให้การไฟฟ้าสามารถติดตามทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้า และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาไฟตก ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือน

นอกจากนี้ ในกรณีที่ประชาชนใช้รถยนต์ไฟฟ้า ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นสมาร์ทมิเตอร์ด้วย เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ากระแสไฟฟ้าจะไม่สร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าหรือยานยนต์

ส่วนกรณีที่มีผู้เปิดเผยข้อมูลโครงการโซลาร์ภาคประชาชน โดยพบความผิดปกติว่ามีผู้ประกอบการกว่า 60 บริษัทใช้ที่อยู่ซ้ำกัน และมีบริษัทกว่า 120 แห่งที่มีผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นไขว้กันไปมานั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า ขอไปตรวจสอบกับกรมบัญชีกลางก่อนว่า บริษัทเหล่านี้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ รวมถึงการจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หรือมีลักษณะเป็นนอมินีหรือไม่ ซึ่งต้องขอตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน

นายพลพีร์ ยังย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดให้มีการรับประกันระบบเป็นระยะเวลา 7 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า หากติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แล้ว ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ยังต้องผ่อนชำระเงินกู้กับธนาคาร ระบบจะยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ และไม่เกิดความเสียหาย

“วันนี้ผมไหว้เลย ขอดูแลประชาชนหน่อย จะให้พวกผมไปเขียนโครงการเอื้อเอกชนทุกคน พวกผมทำไม่เป็น แต่วันนี้ถ้าเกิดให้ผมไปเขียนโครงการเพื่อดูแลสนับสนุนให้โอกาสพี่น้องประชาชน 67 ล้านคน อย่างนี้พวกผมถนัด ขอผมดูแลประชาชนก่อน” นายพลพีร์ กล่าว

Related Posts

Send this to a friend