‘ออยศรี’ ยื่นนายกฯ สอบมูลนิธิองค์กรทำดี ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ปมใช้เงินผิดวัตถุประสงค์
‘ออยศรี’ ยื่นนายกฯ สอบมูลนิธิองค์กรทำดี ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ปมใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ยันเดินหน้าตรวจสอบตรงไปตรงมา
วันนี้ (3 พ.ย. 69) นางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ ออยศรี เจ้าของบริษัทที่ปรึกษากฎหมายออยศรีและผองเผือกจำกัด พร้อมด้วย นายธนาคาร น้อยพิทักษ์ กรรมการฝ่ายกฎหมาย และ นายภูวกร ศรีเนียน ตัวแทนผู้เสียหาย ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดีของนางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา
นายธนาคารระบุว่า กรณีที่นางสาวบุญยนุชเข้าให้ข้อมูลกับกองปราบปรามและเตรียมเชิญบุคคลมีชื่อเสียงมาสอบปากคำ เพื่อตรวจสอบว่านางสาวปนัดดาใช้เงินมูลนิธิผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ถือเป็นเรื่องระดับประเทศเนื่องจากองค์กรดำเนินงานมา 12 ปี แม้นางสาวปนัดดาจะระบุว่ามีระบบจัดการที่ดีและมีนักกฎหมายดูแล แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่านำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ย่อมเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและอาจเกี่ยวโยงถึงกฎหมายฟอกเงิน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนที่ต้องการตรวจสอบหรือแจ้งความดำเนินคดีติดต่อเข้ามาเพิ่มเติม
นายธนาคารยืนยันว่า บริษัทจดทะเบียนนิติบุคคลอย่างถูกต้องและดำเนินธุรกิจทางกฎหมายตามปกติ ไม่ได้อิงกับนักการเมืองใดแม้จะถูกพยายามลดความน่าเชื่อถือในระหว่างการแจ้งความและตรวจสอบ พร้อมระบุว่ากระบวนการยุติธรรมจะเป็นเครื่องพิสูจน์ข้อเท็จจริง
ด้านนางสาวบุญยนุชกล่าวว่า ต้องการให้สังคมมองข้ามจำนวนเงินบริจาคส่วนบุคคล แต่มุ่งเน้นไปที่เจตนาของผู้รับว่านำเงินไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ประกาศไว้หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมามีความเสียหายจากการชักชวนทำบุญจำนวนมหาศาล พร้อมเสนอให้ขยายผลการตรวจสอบไปยังมูลนิธิอื่นที่รับเงินบริจาคจากประชาชน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง
นางสาวบุญยนุชระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีผู้เสียหายหลายรายติดต่อเข้ามาแต่มีความกังวลและหวาดกลัวจากการถูกคุกคามหรือตรวจสอบภูมิหลัง ซึ่งรวมถึงบุคคลมีชื่อเสียงที่ไม่กล้าออกมาเปิดเผยข้อมูลเพราะเกรงจะเสื่อมเสียชื่อเสียง พร้อมยืนยันว่าการต่อว่าจากฝ่ายตรงข้ามไม่มีผลต่อการเดินหน้าตรวจสอบ
สำหรับกรณีที่มีผู้เสนอโอนเงินคืน 1,000 บาทเพื่อยุติเรื่องนั้น นางสาวบุญยนุชยืนยันว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงิน แต่อยู่ที่ยอดเงินหมุนเวียนรวมของมูลนิธิที่อาจสูงถึง 1,000 ล้านบาท ซึ่งสังคมควรให้ความสำคัญในจุดนี้ ทั้งนี้เตรียมเดินทางไปให้ปากคำและมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่กองปราบปราม พร้อมระบุว่าหากพบกับนางสาวปนัดดาก็สามารถทักทายได้ตามปกติ และจะไม่ขอโทษไม่ว่าผลการตรวจสอบจะออกมาเป็นอย่างไร เนื่องจากการตรวจสอบความโปร่งใสเป็นสิ่งที่กระทำได้อย่างตรงไปตรงมา














