‘การดี’ นำทีม กมธ.ร่วมฯ ดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด จ่อเคาะให้จบทันสมัยประชุมนี้
‘การดี’ นำทีม กมธ.ร่วมฯ ดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด จ่อเคาะให้จบทันสมัยประชุมนี้ วางกรอบต้องบังคับใช้ได้จริง–คุมต้นตอมลพิษ–สร้างสมดุลทุกภาคส่วน
วันนี้ (3 พ.ย. 69) ที่รัฐสภา ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. แถลงความคืบหน้าการทำงานร่วมกับ นายพลวัฒน์ ตันสิริ สว. ในฐานะโฆษก กมธ.ร่วมฯ ฝั่งวุฒิสภา หลังประชุม กมธ.ร่วมฯ นัดที่ 6 เร่งรัดการพิจารณาร่างกฎหมายให้ทันบังคับใช้
ดร.การดี เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการร่วมฯ เห็นพ้องต้องกันว่า กฎหมายอากาศสะอาดเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงมุ่งมั่นและพยายามผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ให้เร็วที่สุด โดยที่ประชุมวางกรอบทิศทางการพิจารณา 3 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย
1.การนำไปบังคับใช้ได้จริง ลดความซ้ำซ้อนทางกฎหมาย สร้างความเชื่อมโยงกับ พ.ร.บ.อื่น ที่มีอยู่เดิม และกำหนดหน่วยงานกำกับดูแลให้ชัดเจน ไม่ทับซ้อนกัน
2.การควบคุมมลพิษตั้งแต่ต้นทาง ให้ความสำคัญกับการอุดช่องโหว่ ครอบคลุม และควบคุมการเกิดมลพิษตั้งแต่ต้นทางไปพร้อมกับการจัดการที่ปลายทาง
3.การสร้างดุลยภาพในการกำกับดูแล การออกแบบโครงสร้างคณะกรรมการกำกับดูแลต้องสมดุล โครงสร้างอำนาจต้องโปร่งใส ยุติธรรมกับทุกฝ่าย และตัดประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน
จากการพิจารณารายละเอียดทั้งหมด 15 ประเด็น มีประเด็นที่ กมธ. ทั้งสองสภาเห็นชอบร่วมกัน 6 ประเด็น ส่วนอีก 9 ประเด็นยังอยู่ระหว่างขัดเกลาถ้อยคำ และเตรียมลงมติคาดว่าจะเริ่มภายในสัปดาห์หน้า ยืนยันความตั้งใจอย่างเต็มที่ว่าจะเร่งรัดกระบวนการทั้งหมดให้เสร็จสิ้น เพื่อนำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด กลับเข้าสู่การพิจารณาเห็นชอบของรัฐสภาให้ทันภายในสมัยประชุมนี้
ด้าน นายพลวัฒน์ สรุป 6 ประเด็นที่เห็นพ้องแล้ว เช่น ยืดเวลากองทุนฯ 1 ปี, ขยายนิยามกลุ่มเปราะบาง, ยกเว้นเกษตรกรติดเครื่องวัดมลพิษ, การไม่เก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน และมุ่งคุมมลพิษแทนจำกัดอายุรถ สำหรับอีก 9 ประเด็นที่เตรียมลงมติ ครอบคลุมเรื่องตัดเอกชนพ้นบอร์ดตรวจสอบ/กองทุน, ปรับโทษอาญา, ถ้อยคำระบบ PRTR, ตัวประธานบอร์ดจังหวัด, สิทธิคุ้มครองชั่วคราว, มลพิษข้ามแดน และความรับผิดสถาบันการเงิน














