สมช. ยัน ไทยอยู่รอบนอกวิกฤตโลก ชี้ไม่จำเป็นต้องตุนอาหาร-เงินสด
สมช. ยัน ไทยอยู่รอบนอกวิกฤตโลก ชี้ไม่จำเป็นต้องตุนอาหาร-เงินสด ย้ำรัฐบาลเตรียมแผนสำรองอาหาร-พลังงาน เผยวาง 4 ฉากทัศน์เตรียมการรับมือ พร้อมตั้ง ศปก. ติดตามสถานการณ์
วันนี้ (4 พ.ย. 69) พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลประชุมพิจารณาและแผนรับรองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาความมั่นคงในตะวันออกกลางว่า ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอาจารย์มหาวิทยาลัย ร่วมระดมความคิดเพื่อเตรียมแนวทางรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้น ซึ่งหลายท่านใช้คำว่า “วิกฤตซ้อนวิกฤต” แต่ประเทศไทยยังอยู่วงรอบนอก ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงแตกต่างจากฝั่งยุโรปหรือตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมพร้อมแผนและแนวทางการปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ สมช. เขียน 4 ฉากทัศน์ รวมทั้งการรองรับกับฉากทัศน์ที่ได้กำหนดขึ้น ซึ่งจะมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการสภาความมั่นคงแห่งชาติขึ้น (ศปก.สมช.) เพื่อร่วมงานกับภาควิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่าง ๆ ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา และปรับปรุงแผนดำเนินการเพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา
สมช. ยังเชิญกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมประชาสัมพันธ์ เตรียมการเรื่องที่จำเป็นต้องแจ้งเตือนให้เร็วที่สุด และรับทราบสถานการณ์อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุด และขอให้ประชาชนรับทราบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือจากส่วนราชการต่าง ๆ ที่จะทยอยให้ข้อมูลที่จำเป็น
ส่วนกรณี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีแนวโน้มแพ้เลือกตั้งกลางเทอม ผลที่เกิดขึ้นมองไว้ 2 อย่าง คือ สถานการณ์อาจจะดีขึ้นหรือแย่ลง ซึ่งฉากทัศน์ที่ตั้งไว้รองรับทั้ง 2 สถานการณ์
พล.อ. ชัยพฤกษ์ ยืนยันว่าแม้สถานการณ์ในโลกจะเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต มีสงครามเกิดในพื้นที่ต่าง ๆ แต่กรณีการกักตุนสินค้าหรือกดเงินสดเก็บไว้ ถือเป็นเรื่องที่ยังห่างไกลสำหรับประเทศไทย ซึ่งไทยอาจอยู่ในวงรอบที่ 3 ด้วยซ้ำ ฉะนั้นการเตรียมตัวปัจจุบันเป็นเรื่องของส่วนราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเตรียมแผนไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงานและอาหาร โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันว่ามีการเตรียมข้าวเกินกว่าที่ใช้บริโภคอยู่แล้ว รวมถึงไก่และสินค้าอุปโภคต่าง ๆ มีเพียงบางสินค้าที่ไม่สมดุล เช่น ผลิตภัณฑ์นมหรือน้ำมันปรุงอาหาร
“ถ้าประชาชนจะสำรองอาหารให้กับครอบครัวก็กระทำได้บ้าง แต่ถามว่าจำเป็นหรือไม่ คงไม่จำเป็นขนาดนั้น ยังมีทางรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสำรองอาหารและเตรียมแผนต่าง ๆ ไว้รองรับ” พล.อ. ชัยพฤกษ์ กล่าว
พล.อ. ชัยพฤกษ์ ยืนยันว่าประเทศไทยถือเป็นครัวโลกและเป็นประเทศส่งออกเกษตรกรรมอยู่แล้ว เป็นจุดแข็งของเรา ซึ่งเรามีการเตรียมพร้อมรองรับในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากขึ้นจะเสนอเรื่องคลังสำรองอาหารสำหรับประเทศ แต่อาจต้องใช้เวลาในการดำเนินการ














