PEOPLE

เด็ก จะเติบโต การศึกษาจะผลิบาน ไปพร้อมๆ กับสังคมที่พัฒนา

เป็นเวลากว่า 10 ปี ที่ ‘นารีรัตน์ ดาวสนั่น’ หรือ ‘ครูแมว’ จากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จังหวัดเชียงใหม่ ทำงานในฐานะ ครูบนท้องถนน” ดูแลเด็กเร่ร่อนในย่านตลาดวโรรส หรือที่คนเชียงใหม่เรียกกันติดปากว่า ‘กาดหลวง’ ซึ่งเป็นย่านที่มีเด็กเร่ร่อนมารวมตัวกันอยู่มากที่สุดในเชียงใหม่ และอยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการใช้การศึกษา นำพาให้เด็กพ้นจากชีวิตบนท้องถนน

ครูแมวบอกกับเราว่างานของเธอคงไม่มีวันเสร็จสิ้น ตราบเท่าที่ยังมีเด็กแม้เพียงแค่ 1 คนที่ไม่ได้รับการศึกษา ขาดที่พักพิง ไม่มีที่ไป หรือมองไม่เห็นว่าจะมีชีวิตต่อไปอย่างไรในอนาคต

ครูแมว-นารีรัตน์ ดาวสนั่น

“เมื่อเวลาที่เด็กคนหนึ่งถูกผลักให้พ้นหลุดไปจากการศึกษา นั่นไม่ได้หมายถึงแค่ความตกต่ำของตัวเขาคนเดียว แต่มันคือภาพสะท้อนปัญหาของสังคมทั้งหมด” ครูแมวกล่าว 

การเป็น “เด็กเร่ร่อน” มีสาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมที่พวกเขาเติบโตขึ้น ตั้งแต่ปัญหาภายในครอบครัว ทั้งการที่พ่อแม่มีลูกแล้วไม่พร้อมจะดูแล การถูกทำร้ายด้วยความรุนแรง การต้องอยู่ท่ามกลางความไม่เข้าใจกัน ที่บ้านเข้มงวดเกินไป หรือเด็กบางคนต้องโตมาในสถานสงเคราะห์ที่มีวิธีการ มีกฎระเบียบบางอย่างที่ไม่เหมาะกับเขา

ไม่มีใครอยากออกจากบ้านมานอนบนถังน้ำแข็ง บนพื้นซีเมนต์ในตลาด หรือเดินเร่ร่อนขอเงินตามท้องถนนหรอก  แต่ในเมื่อบ้านหรือสถานเลี้ยงดู ไม่ให้การยอมรับเขา หรือไม่สามารถทำให้เขาอุ่นใจได้ เขาก็จะหนีออกมา เด็กพวกนี้คือภาพสะท้อนของปัญหาสังคมหากเราปล่อยไว้อย่างนั้น ก็จะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ

“เด็กจะดีได้ด้วยการศึกษา เราจึงมีชีวิตอยู่เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้”

ครูแมว-นารีรัตน์ ดาวสนั่น Tweet

ปี 2552 ครูแมวสอบจนได้รับตำแหน่งครูโครงการเด็กเร่ร่อน ทั้งที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเข้ามาทำงานในระบบราชการ

พอได้เข้ามาทำตรงนี้จริงๆ ครูแมวก็ต้องลงพื้นที่ไปกับทีมครูทุกคืนในช่วง 4-5 ทุ่ม เพราะเป็นเวลาที่เด็กๆ จะออกมาทำมาหากิน อย่างกลุ่มเด็กขายดอกไม้แถวไนทบาร์ซ่า 

จนได้เข้ามาดูแลกลุ่มเด็กที่กาดหลวง ทำให้พบว่ามีเด็กหลายคนไม่ได้เล่าเรียน บางคนเรียนจบชั้นประถม หรือบางคนมีปัญหาจนต้องเข้าออกสถานพินิจหลายครั้ง ส่วนหนึ่งทำงานร้านดอกไม้แล้วก็พักอาศัยอยู่แถวนั้น เด็กๆ เหล่านี้ล้วนไม่มีที่ไป ครูจึงมองว่าถ้าปล่อยพวกเขาไว้ตรงนั้นโดยไม่ทำอะไรเลย อาจเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ปัญหาสังคมมันเกิดขึ้น 

ความท้าทายของครูแมว ในการเริ่มเข้าช่วยเหลือกลุ่มเด็กเร่ร่อน คือสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่เดิมของเด็กๆ ทั้ง เรื่องยาเสพติด การลักขโมย การทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกาย สิ่งที่ครูแมวทำคือสร้างความไว้ใจและเปิดใจยอมรับพวกเขา เธอจึงเข้าใจว่าพวกเขาแต่ละคนล้วนแต่ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับการเอาชีวิตรอด ซึ่งอาจหล่อหลอมให้มีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือพูดจาไม่เหมาะสม แต่พอเธอได้ใช้เวลากับกลุ่มเด็กเร่ร่อนมากขึ้น ยิ่งทำให้เข้าใจว่าสิ่งที่ซ่อนอยูในตัวพวกเขานั้นคือความเปราะบาง หวาดกลัว และบอบช้ำจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต

“ใช้เวลานานนะ กว่าจะเข้าถึงใจเด็กสักคนได้ ให้เขายอมคุยกับเรา เชื่อใจเรา กว่าจะเจอวิธีที่เหมาะสมในการเข้าหา กว่าเขาจะยอมรับว่าเราเป็นพี่เป็นครูของเขา เป็นคนที่ดูแลช่วยเหลือเขาได้ หรือเปลี่ยนเขาจากคนที่ปฏิเสธไม่เคยคิดจะเรียน จนหันมาให้ความสำคัญกับการเรียนได้ เพราะเขาเชื่อแล้วว่ามันจะช่วยให้ชีวิตเขาดีขึ้น… เราต้องเปิดใจเด็กก่อน เด็กจึงจะเปิดรับการเรียน”

จนมาถึงวันที่ต้องเลือก ระหว่างการไปสอบบรรจุเป็นครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน แต่เธอตัดสินที่จะอยู่ทำงานกับน้องๆ เด็กเร่ร่อนกลุ่มนี้ต่อไป 

“ถ้าเราไปสักคนหนึ่งแล้วเขาจะอยู่กับใคร ใครจะคอยช่วยพวกเขา พวกเขาไม่เคยมีใครเลยจนวันนี้ที่เขายอมรับเรา ถ้าเสียเราไปอีกคน ไม่รู้ว่าพวกเขาจะยอมไว้ใจใครได้อีก นั่นทำให้เราไม่สามารถทิ้งพวกเขาไปได้” 

การดูแลเด็กคนหนึ่งต้องใช้เวลา บางครั้งการช่วยเหลือจะไม่สำเร็จ หากใจเด็กคนนั้นยังไม่พร้อม สุดท้ายเขาก็จะกลับไปใช้ชีวิตเร่ร่อนเหมือนเดิม

ครูแมวบอกว่า ต้องการพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่า 

เด็กทุกคนมีศักยภาพเท่าเทียมกัน เพียงแค่พวกเขาไม่ได้มีประสบการณ์แบบเดียวกันในการเติบโตขึ้นมาเท่านั้นเอง

ทุกวันนี้ครูแมวได้ช่วยเด็กเร่ร่อนจากกาดหลวงรวมทั้งหมด 26 คน ให้ได้เข้าเรียนที่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ และเธอยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเด็กอีกหลายคนที่สามารถใช้การศึกษาพาตัวเองพ้นไปจากชีวิตบนท้องถนนได้

“เราเชื่อว่าเด็กทุกคนจะดีได้ด้วยการศึกษา เราจึงมีชีวิตอยู่เพื่อทำงานและพิสูจน์เรื่องนี้ และดีใจที่ได้รู้ว่ามีคนอีกมากที่คิดแบบเดียวกัน เพราะการช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ต้องอาศัยคนหลายกลุ่มมาช่วยกัน ไม่ใช่แค่ใครคนใดคนหนึ่ง เพราะสุดท้ายแล้วหากไม่มีใครยื่นมือไปช่วยพวกเขา บั้นปลายของมันก็จะกลายเป็นปัญหาสังคมที่วกกลับมาหาพวกเราทุกคน” ครูแมวกล่าวทิ้งท้าย

เรื่องราวที่มากด้วยแรงบันดาลใจ และความเข้าใจถึงความสำคัญของโอกาสทางการศึกษาสำหรับกลุ่มเด็กเร่ร่อน และเด็กนอกระบบการศึกษาของครูแมว จะจุดประกายในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้ แต่หากเราไม่สามารถลงมือทำด้วยตนเอง แต่ต้องการสนับสนุนการศึกษาของเด็ก และเยาวชนนอกระบบการศึกษาเหล่านี้ ให้ได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ทำให้พวกเขามีโอกาสในชีวิตที่ดีขึ้น และเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ สามารถร่วมสนับสนุน “โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา” ได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์ เลขที่ 172-0-30021-6 ชื่อบัญชี กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค เพื่อนำไปจัดสรรให้กับเยาวชนจำนวนมากต่อไป 

Related Posts