ศาลปกครองกลาง พิพากษาเพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้งบอร์ด สปส. เดินหน้าจัดเลือกตั้ง 27 ก.ย.นี้
ประกันสังคมก้าวหน้าชนะคดี ศาลปกครองกลาง พิพากษาเพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้งบอร์ด สปส. เดินหน้าจัดเลือกตั้งตามเดิม 27 ก.ย.นี้
วันนี้ (11 ส.ค. 69) เวลา 15.00 น. ศาลปกครองกลาง นัดอ่านคำพิพากษา กรณีที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้ายื่นโดย รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อดีตบอร์ดประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า ยื่นฟ้องขอเพิกถอนประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ที่มีมติชะลอการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน พร้อมขอให้เลือกตั้งตามกำหนดการเดิม 27 ก.ย.69 ซึ่งเมื่อวันที่ 7 ส.ค.69 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวทุเลาการบังคับใช้ประกาศชะลอการเลือกตั้ง จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ล่าสุดเวลา 15.35 น. รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ออกจากห้องพิพากษา ก่อนมาประกาศกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการว่า “ทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะคดี” กล่าวว่า ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้า “ชนะคดี” โดยมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศ คำสั่งชะลอการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ส่งผลให้กระบวนการจัดการเลือกตั้งต้องกลับมาดำเนินตามปฏิทินเดิม
โดยศาลมีข้อวินิจฉัยที่สำคัญว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนในการประกาศชะลอว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่เข้าข้อยกเว้นความจำเป็นเร่งด่วนแต่อย่างใด ซึ่งก็สามารถเทียบเคียงได้ว่าสำนักงานประกันสังคมเอง ได้มีการของบประมาณไว้แล้ว 275 ล้านบาท พร้อมกันนั้น ถ้าต้องใช้งบประมาณเพิ่ม ก็ยังสามารถขอจากคณะกรรมการประกันสังคมได้ เพราะฉะนั้น คำสั่งชะลอการเลือกตั้งจึงไม่มีเหตุจำเป็น และขัดต่อกฎหมาย ดังนั้น สิ่งเหล่านี้ ต้องดำเนินการสู่การเลือกตั้งตามปกติ ตามคำของพวกเราทีมประกันสังคมก้าวหน้า ขอยืนยันว่า ศาลได้คงคำสั่งทุเลาไว้ ซึ่งทุเลาการบังคับใช้ประกาศในการชะลอ นั่นหมายความว่าสำนักงานประกันสังคมไม่สามารถที่จะออกประกาศที่มีลักษณะใกล้เคียงกันได้
“ตอนนี้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ปฏิทินการเลือกตั้งตามปกติ และการออกคำสั่ง ออกประกาศที่ผ่านตรงนั้น ถือว่าเป็นการออกประกาศโดยมิชอบด้วยกฎหมาย” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว
ส่วนประเด็นที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าสื่อสารมาตลอดว่าประกาศชะลอดังกล่าว สำนักงานประกันสังคมทำเกินกว่าเหตุ ศาลมีการวินิจฉัยประเด็นนี้ด้วยหรือไม่ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า เป็นไปตามลักษณะที่ตนได้ชี้แจงไปว่า สำนักงานประกันสังคมเองก็มีความสามารถและมีการตระเตรียมการเลือกตั้ง ทั้งเรื่องงบประมาณ และวิธีการจัดการเลือกตั้งไว้แล้ว ดังนั้น การที่มีคำสั่งชะลอโดยที่ไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลา ก็เป็นไปตามที่ได้มีการชี้แจงไว้ก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกันก็คือเป็นสิ่งที่เกินกว่าเหตุ
ส่วนประเด็นการใช้สิทธิของผู้ประกันตน ความชัดเจนตอนนี้คือทุกคนสามารถใช้สิทธิได้หรือเฉพาะคนที่ลงทะเบียน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม ก็ต้องดำเนินการตามคำสั่งศาล ที่มีคำพิพากษาออกมาแล้ว เดิมทีได้เตรียมบัตรเลือกตั้งกว่า 7 ล้านใบไว้เรียบร้อย ดังนั้น ถ้าต้องมีการเพิ่มจำนวนบัตรเลือกตั้งเข้าไป ก็อาจจะต้องใช้งบประมาณเพิ่ม แต่ว่าในขณะเดียวกัน เรื่องการของบประมาณก็ไม่ได้เป็นข้อจำกัดอะไร
เมื่อคำพิพากษาออกมาแล้ว กกต. ของสำนักงานประกันสังคมต้องออกมารับผิดชอบกับประกาศชะลอหรือไม่นั้น รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ระบุว่า เมื่อคำพิพากษาออกมาแล้ว ถือว่า กกต. สำนักงานประกันสังคม ต้องมีการแสดงความรับผิดชอบโดยพื้นฐานคือ จัดการเลือกตั้งให้ได้ตามปฏิทินเดิม การเลือกตั้งหรือการมีส่วนร่วมของประชาชน คือจุดเปลี่ยนสำคัญในการที่จะเปลี่ยนองค์กรสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศให้กลับเข้าสู่มือของประชาชนอีกครั้ง เงินของคนหาเช้ากินค่ำ เงินที่จะเป็นเงินของเด็ก 1.2 ล้านคน เงินของคนท้อง 2 แสนคน คนแก่ที่รับเงินบำนาญอยู่ประมาณ 9 แสนคน คนที่เจ็บป่วยอีกนับล้านคน ข้อกังวลของผมคือ การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ต้องเป็นการจัดการเลือกตั้งตามปฏิทินเดิม
“ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า พวกเราต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่คนมีส่วนร่วมมากที่สุด และมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมมากที่สุด ขอให้ช่วยกันจับตาการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อทำให้ประกันสังคมเป็นหลักพึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ทิ้งท้าย













