ประธานศาลฎีกา ออกคำแนะนำการดำเนินคดีคำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ ปราศจากการเลือกปฏิบัติ
ประธานศาลฎีกา ออกคำแนะนำการดำเนินคดีคำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ สร้างมาตรฐานการพิจารณาพิพากษาคดี ปราศจากการเลือกปฏิบัติต่อทุกเพศสภาพ
วันนี้ (25 ก.ย. 69) นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า วันที่ 24 ก.ย. 69 นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ลงนามในคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยคำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ เพื่อให้บุคคลทุกเพศที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาพิพากษาคดีได้รับความคุ้มครอง ได้รับการปฏิบัติอย่างปราศจากอคติหรือการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม อันเป็นหลักการสำคัญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสอดคล้องกับมาตรฐานและแนวปฏิบัติอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1.การพิจารณาพิพากษาคดี ศาลพึงปฏิบัติต่อบุคคลด้วยความเสมอภาค และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยปราศจากอคติ และหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งเพศ รวมทั้งเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม อายุ และสภาพทางกาย ที่อาจจะรวมมากับเรื่องความแตกต่างทางเพศของบุคคล
2.การสืบพยาน ศาลพึงระมัดระวังมิให้มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับเพศ เพศวิถี อัตลักษณ์ทางเพศ การแสดงออกทางเพศ คุณลักษณะทางเพศ ภูมิหลัง หรือพฤติกรรมทางเพศที่อาจเป็นการเปิดเผย ประจาน ทำให้เกิดความรู้สึกอับอาย ถูกตีตรา หรือถูกลดทอนศักดิ์ศรี
หากคำถามดังกล่าวไม่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี และในการบันทึกคำพยาน ศาลพึงกระทำโดยปราศจากอคติทางเพศ นอกจากนี้ ศาลพึงระมัดระวังมิให้เรื่องเพศ เพศวิถี อัตลักษณ์ทางเพศ การแสดงออกทางเพศ คุณลักษณะทางเพศ ภูมิหลัง หรือพฤติกรรมทางเพศของพยาน หรือคู่ความ มีผลต่อการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานในคดี
3.คดีเกี่ยวกับสถานะและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ศาลพึงแสวงหาแนวทางตามกฎหมายเพื่อการคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่มีเพศแตกต่างกันอย่างเหมาะสม
4.คดีเกี่ยวกับการกระทำความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ศาลพึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหาย และดำเนินกระบวนพิจารณาโดยหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดการซ้ำเติมบาดแผลทางจิตใจของผู้เสียหาย นอกจากนี้ อาจพิจารณาใช้มาตรการคุ้มครองผู้เสียหายตามความจำเป็น
ในการพิพากษาคดี ศาลพึงคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหายอย่างรอบด้าน และพึงกำหนดโทษและมาตรการบังคับทางอาญาตามความร้ายแรงของการกระทำความผิด พึงกำหนดมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพและมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ มาตรการเพื่อการบำบัดรักษา ฟื้นฟู และเยียวยา รวมทั้งกำหนดค่าเสียหายทางแพ่งที่ครอบคลุมถึงการเยียวยาความเสียหายต่อจิตใจของผู้เสียหาย
5.คดีอาญา การสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว การกำหนดโทษและมาตรการบังคับทางอาญา และการกำหนดมาตรการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู ศาลพึงรวบรวมข้อมูลและคำนึงถึงเหตุปัจจัยเกี่ยวกับภูมิหลัง และข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเพศที่ส่งผลให้เกิดการกระทำความผิด และพึงคำนึงถึงภาระและบทบาทหน้าที่ที่มีต่อครอบครัวตามข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการเลี้ยงดูบุตร ผู้สูงอายุ หรือบุคคลที่ต้องพึ่งพิง รวมทั้งการหาเลี้ยงชีพทางเศรษฐกิจ เพื่อนำมาประกอบการใช้ดุลพินิจอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ พึงพิจารณาใช้มาตรการที่มิใช่การคุมขัง เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นตามสภาพ
6.ให้สำนักงานศาลยุติธรรมพัฒนาระบบงานเพื่อให้การปฏิบัติตามคำแนะนำนี้มีประสิทธิภาพ และทบทวนระบบงานดังกล่าวเป็นระยะให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและแนวปฏิบัติสากล สนับสนุนให้บุคลากรได้รับการฝึกอบรมเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่คำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ













