HUMANITY

พี่สาว ‘วิทูรย์ ภูมี’ สบายใจ น้องชายยังไม่เสียชีวิต

หลังถูกจับเป็นตัวประกันเกือบ 50 วัน เผยนาทีแรงงานไทยถูกคลุมหัว-นำตัวไปกาซา ยืนยัน ‘ฮามาส’ ไม่กระทำทรมาน สภาพจึงไม่อิดโรย หวังรัฐจัดเที่ยวบินกลับ รอรับบายศรีสู่ขวัญ

วันนี้ (25 พ.ย. 66) นางรุ่งอรุณ วิชาเงิน พี่สาวของนายวิทูรย์ ภูมี หนึ่งในตัวประกันชาวไทย 10 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวชุดแรกจากฉนวนกาซา เมื่อวานนี้ (23 พ.ย. 66) ให้สัมภาษณ์กับ The Reporters ภายหลังน้องชายผ่านพ้นสภาวะที่ถูกจับกุมเป็นตัวประกันมากว่า 49 วัน ในสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างอิสราเอล-ฮามาส

นางรุ่งอรุณ บอกเล่าถึงการติดตามข่าวการปล่อยตัวประกันชุดแรกว่า เมื่อเวลาประมาณ 00:00 น. ที่ผ่านมา เห็นภาพตัวประกันชายคล้ายนายวิทูรย์ นั่งโดยสารอยู่ในรถที่มีการรายงานว่า ใช้สำหรับขนส่งตัวประกันที่ได้รับการปล่อยตัวออกมาจากฉนวนกาซา

“…ดูแล้วมันคล้ายน้องมาก ก็เลยซูมเข้าไปดู พยายามหารูปหลายมุมให้ได้มากที่สุด ซูมเข้าไปดูแล้วก็ใช่น้องจริง ๆ แม้ไม่มีการชี้ชัดจากทางรัฐบาลหรือกงสุล แต่เราดูด้วยตาก็รู้ว่าเป็นน้อง ใจสั่น มือสั่น ทำอะไรไม่ถูก ตี 2-3 ก็เริ่มมีรูปเพิ่มขึ้นมาในกลุ่มผู้สูญหายจากคิบบุตส์ เนียร์ ออซ (Kibbutz Nir Oz) ก็แน่ใจว่าเป็นน้อง” นางรุ่งอรุณ กล่าว

ต่อมา เวลา 06:00 น. เจ้าหน้าที่กงสุลของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ จึงติดต่อยืนยันมาว่า นายวิทูรย์ ซึ่งเป็นน้องชายนั้น ได้รับการปล่อยตัวจริง นอกจากนั้น เสมียนของคิบบุตส์ที่น้องชายทำงานนั้น ก็ขับรถกว่า 4 ชั่วโมงไปยังโรงพยาบาล เพื่อให้ได้วิดีโอคอลกับน้องชายด้วย

“น้องชายก็บอกว่า ‘อย่าร้องไห้ อย่าร้อง ๆ ไม่ตายแล้ว เพราะพี่ร้อง และบอกว่า ไม่เป็นไรแล้ว ฝากบอกแม่ด้วย ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวก็กลับไปเจอกันแล้ว’ ได้คุยกันแค่ 3 นาที เพราะตอนนั้นคุณหมอกำลังจะเข้ามาเจาะเลือดและให้น้ำเกลือ” นางรุ่งอรุณ เปิดเผยบทสนทนาครั้งแรกกับน้องชายในรอบเดือนด้วยความตื้นตัน เนื่องจากขาดการติดต่อไปตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566 ที่เกิดเหตุเปิดปฏิบัติการโจมตี

นางรุ่งอรุณ เปิดเผยคำบอกเล่มของนายวิทูรย์ ในช่วงที่ถูกจับกุมตัวไปว่า นายวิทูรย์ บอกว่าไม่เห็นใคร เมื่อเลิกงานมาแล้วก็นอน พอตอนเช้ามีเสียงปืนและเสียงคนบุกเข้ามา นำผ้ามาคลุมและนำตัวออกไปในอุโมงค์ใต้ดินในฉนวนกาซา

“มีคนตะโกนว่า ‘ไทยแลนด์ ๆ ไม่ให้ฆ่า’ เขาก็ไม่ฆ่า เขาก็อุ้มไปที่ฉนวนกาซาเลย แล้วไม่เห็นใครอีกเลย โทรศัพท์ก็ไม่ได้ถือไปเลย ไม่รู้ชะตากรรมเขาด้วยซ้ำ ถ้าโดนยิงก็คงเสียตั้งแต่วันนั้นแล้ว” นางรุ่งอรุณ กล่าว

ส่วนสภาพความเป็นอยู่ในฉนวนกาซานั้น นางรุ่งอรุณ เปิดเผยข้อมูลจากนายวิทูรย์ว่า ไม่ทรมาน มีข้าวปลาอาหารน้ำให้กินปกติ นอกจากนี้ นางรุ่งอรุณ ยังระบุว่า สภาพของน้องชาย ไม่ได้อิดโรย สีหน้าสดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใส สภาพจิตใจโอเค จึงใจชื้นขึ้นมา เพราะเคยนึกว่า น้องชายจะถูกมัดมือ มัดเท้า ไม่ให้กินข้าว กินน้ำ เพื่อไม่ให้มีเรี่ยวแรงในการต่อสู้ ดังนั้น จึงสบายใจขึ้น รวมถึงญาติพี่น้องคนอื่นก็สบายใจขึ้นด้วย

นางรุ่งอรุณ ชี้แจงว่า นายวิทูรย์ เป็นหนึ่งในแรงงานไทย 16 คน ที่ทำงานในคิบบุตส์ เนียร์ ออซ ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุการณ์การโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ก็มีรายงานว่า น้องชายของตนเองเสียชีวิต แต่ต่อมาก็ได้รับรายงานจากอิสราเอลว่า มีผู้เสียชีวิต 11 ราย โดยนายวิทูรย์อาจถูกจับเป็นตัวประกันอยู่กับแรงงานไทยจากคิบบุตส์เดียวกันรวม 5 คน เมื่อนายวิทูรย์ กับแรงงานไทยในคิบบุตส์นี้ได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้ว 2 คน จึงคาดว่ายังเหลือแรงงานไทยจากคิบบุตส์ดังกล่าว ที่ถูกจับกุมอยู่ในฉนวนกาซาอีก 3 คน

สำหรับนายวิทูรย์ เป็นแรงงานไทยอายุ 33 ปีที่ไปทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอลเป็นครั้งแรก เป็นเวลามากว่า 5 ปี 2 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าใกล้ครบกำหนดตามสัญญาแล้ว รายได้จากการทำงานนั้น นายวิทูรย์ แบ่งเป็น 4 ส่วน ส่งมาที่บ้านส่วนหนึ่ง ส่งฝากเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพส่วนหนึ่ง ฝากเข้าบัญชีธนาคารในอิสราเอลส่วนหนึ่ง และเก็บไว้ใช้ติดต่ออีกส่วนหนึ่งด้วย

นางรุ่งอรุณ คาดว่า เมื่อนายวิทูรย์เห็นเพื่อนที่เคยอยู่ด้วยกัน 10 กว่าคนโดนเช่นนี้ สภาพจิตใจน่าจะย่ำแย่พอสมควร จึงคาดว่าจะพิจารณาว่า จะกลับไปทำงานต่างประเทศอีกหรือไม่

ส่วนการเดินทางกลับนั้น นางรุ่งอรุณ กล่าวว่า เบื้องต้นคงเดินทางด้วยเครื่องบินมาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แล้วต่อเครื่องมายังท่าอากาศยานอุดรธานี ครอบครัวจึงจะไปรอรับที่ท่าอากาศยานปลายทาง ก่อนจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญเพื่อเรียกขวัญกำลังใจ

ท้ายที่สุด นางรุ่งอรุณ เปิดเผยว่า จิตแพทย์เข้าดูแลสภาพจิตใจตัวประกันแล้ว แต่อยากฝากถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพาตัวประกันที่พ่านผ้นมานี้ได้กลับบ้านต่อไป

“ฝากถึงตัวประกันที่แคมป์อื่นคนอื่นด้วย สบายใจได้ในจุดหนึ่ง ได้ยินจากปากน้องว่า เขาไม่ได้เอาไปทรมาน สบายใจอีกระดับหนึ่ง แต่มันก็ไม่แน่นอน ของเราได้ออกมา ถือว่าเป็นบุญ มีปาฏิหาริย์ที่สุดแล้ว เพราะทีแรกเข้าใจว่าเสียชีวิตแล้วด้วยซ้ำ คนที่อยู่ก็ต้องสู้ กำลังใจสำคัญที่สุด” นางรุ่งอรุณ กล่าว

Related Posts

Send this to a friend