HUMANITY

ญี่ปุ่นมอบเงินทุนยูเนสโก จัดอาหารและการศึกษาทางดิจิทัล ให้เด็กข้ามชาติ

ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา หวังฟื้นฟูการเรียนรู้ ป้องกันการล่วงละเมิดเด็ก แรงงานเด็ก และการค้ามนุษย์

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 65 ณ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กรุงเทพมหานคร คุณโอบะ ยูอิจิ รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตและอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น และ คุณชิเงรุ อาโอยางิ ผู้อำนวยการสํานักงานยูเนสโก เพื่อการศึกษาส่วนภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ยูเนสโก กรุงเทพฯ) ซึ่งเป็นผู้แทนทบวงการชํานัญพิเศษของสหประชาชาติด้านการศึกษา ได้ลงนามในหนังสือเพื่อการเตรียมการสำหรับโครงการใหม่ในด้านการศึกษาและความมั่นคงทางอาหาร โดยมีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือในเรื่องการศึกษาสำหรับเด็กข้ามชาติตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา และปกป้องพวกเขาจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ การค้ามนุษย์ และการแสวงประโยชน์จากแรงงานเด็ก

โครงการนี้เป็นการสนับสนุนการเรียนรู้แบบดิจิทัลเพื่อฟื้นฟูการเรียนรู้ในยุคหลังการระบาดใหญ่ ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินด้านอาหาร และจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัย ให้กับศูนย์การเรียนรู้สำหรับเยาวชนพลัดถิ่น โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง ธ.ค. 66 และรัฐบาลญี่ปุ่นให้คำมั่นจัดสรรเงินทุนมากกว่า 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ยูเนสโกสำหรับโครงการนี้

ทั้งนี้ วิกฤตด้านมนุษยธรรมในเมียนมายังคงทวีความรุนแรงขึ้น มีการเคลื่อนไหวข้ามพรมแดนของผู้ลี้ภัยและผู้อพยพเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น จำนวนเด็กข้ามชาติที่ลงทะเบียนเรียนในศูนย์การเรียนรู้สำหรับเยาวชนพลัดถิ่น 65 แห่งใน 5 อำเภอชายแดนในจังหวัดตาก เพิ่มขึ้นจาก 10,808 คนในเดือนมิถุนายน 2565 เป็น 11,584 คนในเดือนกันยายน 2565 เด็กมากมายในจำนวนนี้กำลังหลบหนีจากความรุนแรงและจำเป็นต้องรับเข้าศูนย์การเรียนรู้อย่างเร่งด่วนเพื่อให้มีที่พักพิงและได้รับความปลอดภัย

ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าวว่า ในวันนี้ผมรู้สึกยินดียิ่งที่ได้ลงนามในเอกสารฉบับนี้กับรัฐบาลญี่ปุ่น โครงการนี้จะจัดสรรให้เด็กข้ามชาติชาวเมียนมาอย่างน้อย 3,000 คนได้รับอาหาร การศึกษา และการเรียนรู้ผ่านช่องทางดิจิทัล โครงการนี้จะทำให้มั่นใจได้ว่าเด็ก ๆ 3,000 คนเหล่านี้จะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมในอนาคตโดยอาศัยการศึกษา ซึ่งชะงักงันไปในปัจจุบันเพราะวิกฤติที่เกิดขึ้นในประเทศ

ด้าน อัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้แทนถาวรของญี่ปุ่นประจำคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (UNESCAP) ด้วยนั้น กล่าวว่า การที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนหรือขาดการเรียนรู้ ทำให้เสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก และการเอารัดเอาเปรียบ โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ส่งเสริมความปลอดภัยและความมั่นคงของมนุษย์
 
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการร่วมนี้จะประกาศในช่วงต้นปี 2566 โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการการศึกษาในสถานการณ์ฉุกเฉินของยูเนสโกได้ที่ https://www.unesco.org/en/education/emergencies

Related Posts

Send this to a friend