HUMANITY

รมว.วัฒนธรรม พร้อมดันกฎหมายคุ้มครองวิถีชีวิตชาติพันธุ์ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

46 ชาติพันธุ์-ชนเผ่าพื้นเมือง ต้อนรับ รมว.วัฒนธรรม เยือนเมืองแม่ฮ่องสอน เผยประทับใจไปตราบเท่าชีวิต พร้อมดันกฎหมายคุ้มครองวิถีชีวิตชาติพันธุ์ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เป็นฉบับแรกของไทย

วันนี้ (18 ม.ค. 67) นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการ (รมว.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานเปิดงาน KICK OFF กฎหมายชาติพันธุ์: เดินหน้าคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตทุกกลุ่มวัฒนธรรมบนความเสมอภาค ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จังหวัดแม่ฮ่องสอน สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และภาคีองค์กรเครือข่ายด้านชาติพันธุ์ โดยมีส่วนราชการ ภาคเอกชน และกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง 46 กลุ่มจากทั่วประเทศ รวมกว่า 800 คน เข้าร่วมงาน ณ กาดซอกจ่า บ.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน

นายเสริมศักดิ์ กล่าวเปิดงานว่า ยืนอยู่ตรงนี้ด้วยความสุขมาก เมื่อลงมาจาก ฮ. พี่น้องชาติพันธุ์มารับด้วยการเปิดประตูบ้าน และประตูใจอย่างเต็มที่ เป็นความอบอุ่นเป็นพิเศษ คงเป็นความประทับใจไปตราบเท่าชีวิต มีกลุ่มชาติพันธุ์จากทั่วทั้งประเทศ อาจอ่านใจได้ว่าท่านทราบว่ารัฐบาล เตรียมร่างกฎหมายที่เป็นรูปร่างค่อนข้างชัดเจนแล้ว มีเพียงเล็กน้อยที่จะพูดคุยกับเราวันนี้ เพื่อเติมเต็มให้เป็นกฎหมายที่สมบูรณ์ที่สุด ให้สมกับที่พวกเรารอคอยและตั้งใจ

“ผมเชื่อว่าทุกคนรักในศักดิ์ศรี รักในความเป็นมนุษย์ รักในถิ่นที่อยู่ รักที่จะกระทำความดี ไม่อยากเห็นใครก็ตามไม่เท่าเทียมกัน อยู่แบบไม่อบอุ่น ขาดสิทธิพื้นฐาน ไม่รู้จักวัฒนธรรมที่ดี” รมว.วัฒนธรรม กล่าว

นายเสริมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลนี้ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาชัดเจนว่า จะมุ่งมั่นให้พี่น้องทุกเผ่าพันธุ์มีความเสมอภาค เท่าเทียม ได้รับความคุ้มครอง เป็นคนสมบูรณ์ เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง รัฐบาลจะพาเฮไปในสิ่งที่ทุกท่านรักและประสงค์ กระทรวงวัฒนธรรม ได้ตั้งคณะทำงานหลายฝ่ายด้วย อยากให้พี่น้องได้แสดงออกความคิดเห็นจากใจจริงว่าอยากได้อะไร คุ้มครองด้านอะไรบ้าง จึงเป็นสิ่งที่ดีที่จะหลอมรวมความต้องการทั้งหลายเข้ามา และส่งสัญญาณไปยังคณะกรรมการชาติที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานต่อไป

“เราอยู่ประเทศไทยด้วยกัน เราก็เป็นคนไทยด้วยกัน ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่พี่น้องทุกคนเป็นไทยโดยเท่าเทียมกัน พี่น้องทุกคนมีสิทธิทางการเมืองเท่าเทียมกัน” รมว.วัฒนธรรม กล่าว

ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ในฐานะหน่วยงานหลักที่จัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ กล่าวว่า การจัดทำร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของสังคมไทย ที่จะให้การยอมรับตัวตนและการดำรงอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และการจัดทำร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 70 โดยได้จัดเวทีเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนถึง 36 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมให้ความเห็นมากกว่า 3,000 คน ถือเป็นการจัดทำร่างกฎหมายที่มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

ขณะนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณารับหลักการ ที่คุ้มครองสิทธิทางวัฒนธรรมของชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ เน้นสร้างความเข้าใจในวิถีชีวิตที่แตกต่างหลากหลาย สร้างพื้นฐานในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม กฎหมายฉบันนี้ยังมีการกำหนดให้มีเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ที่สนับสนุนและส่งเสริมให้ชุมชนชาติพันธุ์ในฐานะชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างสมดุลและยั่งยืน มีความมั่นคงในชีวิต มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี พึ่งตนเองได้ ด้วยการดำรงชีวิตและวิถีการทำมาหากินบนฐานภูมิปัญญา ถือเป็นกฎหมายที่มีความก้าวหน้าในการใช้มิติทางวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกวัฒนธรรม

ดร.นพ.โกมาตร กล่าวต่อไปว่า การมีกฎหมายครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่เป็นได้ประโยชน์เฉพาะกับประชากรกลุ่มชาติพันธุ์เท่านั้น แต่เป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ สร้างความเข้มแข็งของชุมชนบนบนฐานเศรษฐกิจฐานเชิงวัฒนธรรม สร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ด้วยการยอมรับและเคารพความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ลดเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงในสังคม และสนับสนุนหลักการและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างสังคมแห่งความเสมอภาคลดปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เป็นตัวฉุดรั้งการพัฒนา

“ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยที่กำลังจะมีกฎหมายที่สนับสนุนและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม และให้การยอมรับสิทธิของคนทุกกลุ่มวัฒนธรรมอย่างเสมอภาค” ผอ.ศมส. กล่าว

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานดังกล่าว มีการแสดงจากกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองที่หลากหลาย อาทิ “รำไต” โดยกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ และ “เมอ ใจ๋ บ่ะ” (ยินดีต้อนรับ) โดยกลุ่มชาติพันธุ์กะยัน รวมถึงการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคท้องถิ่นตลอดทั้งงานด้วย

Related Posts

Send this to a friend