อธิบดีกรมการปกครอง สั่งตรวจสอบกลุ่มจีนเทา จ้างนอมินีคนไทยเป็น ‘พ่อทิพย์’ แจ้งเกิดให้ลูกได้สัญชาติไทย
อธิบดีกรมการปกครอง สั่งตรวจสอบทั่วประเทศ กลุ่มจีนเทา จ้างนอมินีคนไทยเป็น ‘พ่อทิพย์’ แจ้งเกิดให้ลูกได้สัญชาติไทย พบ รพ. เอกชนทำแพ็กเกจเอื้อประโยชน์ สั่งตรวจเข้มก่อนออกบัตร
วันนี้ (30 เม.ย. 69) นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ปฏิบัติการย้อนเกล็ดมังกร ที่คณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน DOPA N.I.C.E. ร่วมกับหลายหน่วยงาน ขยายผลมาจากการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยเฉพาะกลุ่มจีนเทา พยายามเข้ามาทำกิจกรรมต่าง ๆ ในไทย ในหลายเรื่อง ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการกระทำผิดอาชญากรรมข้ามชาติ โดยต้องการมีสัญชาติไทยเพื่อทำธุรกิจต่าง ๆ ง่ายขึ้น จึงแสวงหาทุกวิถีทางจะได้เป็นคนไทย จะได้ทำสิ่งผิดกฎหมาย
“กรณีนี้ พบว่า ครอบครัวกลุ่มจีนเทา ที่เข้ามาทำสแกมเมอร์ ฟอกเงิน มีมูลค่าหลายหมื่นล้าน จึงต้องการให้ลูกมีสัญชาติไทย โดยให้ภรรยาคนจีน มาคลอดในไทย ขอใช้สิทธิหลักดินแดนและสายเลือด ที่กฎหมายเปิดให้ถูกต้อง เมื่อมาแล้วบุคคลเหล่านี้เป็นคนจีน ไม่ได้มีสัญชาติไทย ต้องมาหาพ่อหรือบุคคลมาแอบอ้าง จึงมาหาพ่อทิพย์ เป็นคนไทยรับจ้างเป็นพ่อ ให้แม่จีน แล้วแจ้งกับเจ้าหน้าที่ทำคลอดที่โรงพยาบาล ไปแจ้งสำนักทะเบียนในใบเกิด ใบสูติบัตร ก็เป็นคนไทยได้”
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรณีนี้เป็นการบิดเบือนข้อกฎหมายที่ไม่ถูกต้อง เราจึงมีมาตรการระบบทะเบียน ทั่วทุกแห่ง สำนักทะเบียน และท้องถิ่น ตรวจสอบทั้งหมด โดยเฉพาะการแจ้งเกิดของคนสัญชาติอื่น และมาสมรส กับคนสัญชาติไทย เรากำลังเฝ้าติดตาม ในการค้นหาก็เจอหลายแห่งนำไปสู่การจับกุม อย่างที่จังหวัดนครราชสีมา พบว่ามี 27 ราย แต่สาวไปต้นทางพบ 40 กว่าราย เชื่อว่าน่าจะมีการลักลอบทำผิดกฎหมายในอีกหลายสำนักทะเบียนทั่วประเทศ จึงเป็นมาตรการเร่งด่วน ว่าจะตรวจสอบใหม่ทั้งหมด และตรวจสอบการสมรสกับต่างด้าว จะต้องดูที่มาที่ไป ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ปรากฏขึ้นว่าการสมรสตามกฎหมายจริงหรือไม่ ซึ่งอาจสมรสเพื่อจะไปครอบครองที่ดินทรัพย์สินของคนไทย
“ผมได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ติดตามความผิดปกติระบบทะเบียน และให้นายอำเภอเน้นย้ำความถูกต้องทางทะเบียน ตรวจสอบรายงานประจำวันทุกวัน ในรายการทะเบียน เพื่อตรวจสอบความผิดปกติ ได้อย่างทันท่วงที ได้แก้ปัญหาอย่างทันการณ์ ถ้าท่านทราบเบาะแสที่พบการกระทำผิดขอให้ช่วยแจ้ง ต้องช่วยกัน ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนและสื่อมวลชน เพื่อช่วยกันทำระบบทะเบียนให้ถูกต้องตรงไปตรงมาที่สุด”
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึง กรณีที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลในการแจ้งเกิด ซึ่งเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลที่รับแจ้งเกิด โดยโรงพยาบาลของรัฐเราไม่ห่วง แต่โรงพยาบาลนอกรัฐ อาจรั่วไหลต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาลที่มีแพ็กเกจ บริการการคลอดที่ไทย เรากำลังจับตามอง จะต้องไม่เกิดกับโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งรัฐและเอกชนทุกแห่ง
“การตรวจสอบพ่อแม่จริง ต้องย้ำไปที่ต้นทาง ว่าการออกสูติบัตรต้องถูกต้อง ตรงไปตรงมา ท่านไปกรอกในเอกสารแรกของบุคคล เมื่อเริ่มต้นผิดพลาดคลาดเคลื่อน ก็จะเป็นเอกสารต่อไป จึงเน้นย้ำจากเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนเมื่อได้รับเอกสารจากโรงพยาบาลต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้แจ้งเกิดที่ไม่ใช่สัญชาติไทย”
ส่วนกรณีที่พบการกระทำผิด จะเพิกถอนรายการต่าง ๆ ออกจากระบบทะเบียน ต้องดำเนินคดีทั้งความผิดทางอาญา ที่ต้องรับโทษ คนที่ไม่ใช่สัญชาติไทยก็ถูกเนรเทศออกนอกประเทศ
“แนวโน้มตามที่มีข้อมูลเชิงลึก โดยปกติ เราพบเจอคนที่ต้องการมีสัญชาติในประเทศใหญ่ แต่ประเทศไทยกลับพบว่ามีหลายคนต้องการมีสัญชาติไทย ซึ่งมีหลายช่องทางที่จะมาแปลงสัญชาติ มีขั้นตอนที่ถูกต้องทำได้ แต่กรณีที่มาอย่างรวบรัด จะมาขอสัญชาติไทย ผิดกฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งการได้สัญชาติไทย มีเงื่อนไขและวิธีการที่สามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย” อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวย้ำ












