พนักงานบริการ จัดกิจกรรมหน้าทำเนียบฯ จี้ ‘อนุทิน’ เร่งเซ็นรับรอง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ
พนักงานบริการ จัดกิจกรรมหน้าทำเนียบฯ ยื่น ‘ปากกา’ จี้ ‘อนุทิน’ เร่งเซ็นรับรอง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ย้ำ เรียกร้องยกเลิกความผิดอาญา-เข้าถึงสิทธิเหมือนแรงงานอาชีพอื่น ขีดเส้น 30 วัน หากยังไม่เซ็นพร้อมกลับมา
วันนี้ (11 ส.ค. 69) มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ พร้อมตัวแทนพนักงานบริการจากอุดรธานี เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ภายใต้ชื่อ “รอฉัน รอเธออยู่ รอนายกเซ็นรับรองกฎหมายเราอยู่” ณ บริเวณหน้าสำนักงาน กพร. ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ทวงถามความคืบหน้าและยื่นข้อเรียกร้องถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เร่งลงนามรับรองร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ (ฉบับประชาชน)
สืบเนื่องจากภาคประชาชนรวบรวมรายชื่อกว่า 10,293 รายชื่อ เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศฯ เข้าสู่รัฐสภา อย่างไรก็ตาม วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ร่างดังกล่าวถูกตีความเป็นร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงิน ส่งผลให้ต้องรอนายกรัฐมนตรีลงนามรับรองก่อนจึงจะสามารถเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อได้ ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้า สวนทางกับมติ ครม. วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่เพิ่งรับทราบข้อสังเกตจากคณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (CEDAW) ซึ่งระบุให้ประเทศไทยเร่งยกเลิกความผิดทางอาญาต่อผู้ค้าประเวณี เพื่อยุติการจับกุม การตีตรา และการละเมิดสิทธิ รวมถึงให้ใช้กฎหมายแรงงานเข้ามาคุ้มครองพนักงานบริการแทน

ภายในงานมีการปูพรมแดงต้อนรับพนักงานบริการ ย้ำจุดยืนถึงการมีตัวตนและเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเสมอมา พร้อมแสดงเปิดม่านละคร “ทุกยุคก็มีเรา” สะท้อนชีวิตคนทำงานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ครอบคลุมตั้งแต่บริบทบ้านสาว คาเฟ่ อาบอบนวด อะโกโก้ คาราโอเกะ จนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมทำพิธีส่งมอบ “ปากกาด้ามโปรดของพนักงานบริการ” ส่งทะลุกำแพงทำเนียบฯ ตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรีพร้อมเซ็นหรือยัง
ในแถลงการณ์ของมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ระบุถึงการต่อสู้ยาวนานกว่า 40 ปีว่า สิ่งที่เรียกร้องไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่คือสิทธิพื้นฐานของคนทำงานที่ควรเข้าถึงระบบประกันสังคมมาตรา 33 เหมือนอาชีพอื่น ซึ่งรัฐ นายจ้าง และลูกจ้างต่างต้องร่วมจ่ายสมทบ พร้อมตั้งคำถามว่า การที่คนทำงานจะเข้าถึงสิทธิแบบเดียวกับแรงงานอื่นถูกนับเป็นภาระของรัฐตั้งแต่เมื่อไหร่
ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ ตัวแทนมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ กล่าวว่า คาดหวังว่าเรื่องจะไปถึงนายกรัฐมนตรี และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำข้อเรียกร้องไปขับเคลื่อนต่อในการทำกฎหมายยกเลิกความผิดทางอาญา ปักหมุดไว้อีก 30 วัน ถ้านายกฯ ยังไม่เซ็น จะกลับมาอีก
ด้าน ปรานม สมวงศ์ จากองค์กร Protection Internatioon. กล่าวว่า ประเทศไทยบอกสหประชาชาติว่ายอมรับหลักสิทธิมนุษยชน ขณะเดียวกัน CEDAW ชี้ชัดถึงปัญหาที่ทำให้พนักงานบริการเป็นอาชญากร เมื่อประชาชน 10,293 คน เสนอร่างกฎหมายเข้ามาแล้ว อย่างน้อยรัฐบาลต้องเปิดทางให้กฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภาฯ














