HEALTH

กรมอนามัย แนะ เลือกธูปก้านสั้น เลี่ยงเผากระดาษ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยข้อมูลจากอนามัยโพล เรื่อง ป้องกันฝุ่น ป้องกันโรคอย่างไร ในช่วงเทศกาลตรุษจีน 2566 พบว่า ประชาชนไม่มีกิจกรรมทำในวันตรุษจีน ไม่จุดธูปและไม่เผาวัสดุใด ๆ ร้อยละ 42.75 แต่ยังพบจุดธูป เทียน ร้อยละ 26.44 ไหว้บรรพบุรุษแบบรวมญาติ และกินอาหารร่วมกัน ร้อยละ 22.85 และเผากระดาษเงิน กระดาษทอง หรือสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เพื่อไหว้บรรพบุรุษ ร้อยละ 19.26

นพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนของทุกปี คนไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่จะประกอบพิธีไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ตนเองและครอบครัว แต่การจุดธูป เผากระดาษเงินกระดาษทอง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพราะทำให้เกิดสารก่อมลพิษต่างๆ จากการเผา ทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน ฟอร์มาลดีไฮด์ และสารอินทรีย์ระเหยง่าย รวมทั้งโลหะหนักจากขี้เถ้าธูป

กรมอนามัย จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันลดควัน ลดฝุ่น ลดผลกระทบต่อสุขภาพ ด้วยการเลือกใช้ธูปขนาดสั้น เลือกกระดาษเงิน กระดาษทองที่มีฉลากและแสดงข้อความครบถ้วน เช่น วิธีใช้ การเก็บรักษา คำเตือนเพื่อความปลอดภัย ชื่อ ที่อยู่ผู้ผลิต และผู้นำเข้า ลักษณะภาชนะบรรจุอยู่ในสภาพเรียบร้อย เลี่ยงการจุดธูปหรือเผากระดาษเงิน กระดาษทองในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก ขณะประกอบพิธีกรรม ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นขณะจุดธูปหรือเผา เพื่อลดปริมาณการสัมผัสเข้าสู่ร่างกาย และเมื่อเสร็จพิธีกรรมล้างมือ ล้างหน้า ล้างตา และเก็บกวาดก้านธูป ขี้เถ้า ใส่ถุงและมัดปากถุงให้แน่น ก่อนนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง

ด้านกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพน และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 21 – 27 ม.ค. 66 ว่า ช่วงวันที่ 22-24 ม.ค. 66 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ควรเฝ้าระวังการสะสมของฝุ่นละออง จากสภาพอากาศที่นิ่งและปิด ประกอบกับมีมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากประเทศจีนแผ่เข้ามา โดยพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพกลาง กรุงธนเหนือ และใต้

ส่วนพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ช่วงวันที่ 26 -27 ม.ค. 66 แต่ควรเฝ้าระวังบริเวณภาคเหนือตอนบนและล่าง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 22-25 ม.ค. 66

Related Posts

Send this to a friend