POLITICS

พรรคประชาชน จี้รัฐบาลทบทวนวีซ่าระยะยาว-ไทยแลนด์อีลิทการ์ด สกัดทุนเทา

พรรคประชาชน จี้รัฐบาลทบทวนวีซ่าระยะยาว-ไทยแลนด์อีลิทการ์ด สกัดทุนเทา-อาชญากรรมข้ามชาติ

วันนี้ (25 พ.ค. 69) นายพิศาล มาณวพัฒน์ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน กล่าวภายหลังประชุม ครม. เงาประจำสัปดาห์ถึงความจำเป็นในการเข้มงวดกับวีซ่าระยะยาว เพื่อปิดช่องทางลักที่อาชญากรรมข้ามชาติจะเข้ามาดำเนินการผิดกฎหมายในไทย โดยระบุว่าจะต้องทำตั้งแต่ต้นทางที่รัฐอุปถัมภ์ผ่านการออกใบอนุญาตพิเศษ 2 ใบ ได้แก่

1.บัตรไทยแลนด์อีลิทการ์ดอยู่ได้ 5-20 ปี โดยการจ่ายเงินตั้งแต่ 650,000-5,000,000 บาท รัฐบาลจะอำนวยความสะดวกพำนักระยะยาวอย่างถูกกฎหมาย แต่เป็นช่องโหว่ที่ไม่มีการตรวจสอบที่มาของเงินและพฤติกรรม รวมถึงคุณสมบัติหลังจากให้ใบอนุญาต ที่ผ่านมาพบผู้ถือใบอนุญาตเป็นผู้หนีคดี ติดหมายจับสากล เป็นอาชญากรในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เข้าออกประเทศไทยอย่างเสรี รวมถึงหมิง เฉินซันโดยมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาอาชญากรและทุนสีเทา พบว่าคนต่างชาติที่ซื้อบัตรนี้สูงสุดเป็นสัญชาติเดียวกันกับกรณีที่มีการทำผิดกฎหมายมากที่สุด

2.ใบอนุญาตพิเศษเรื่องวีซ่าระยะยาว ซึ่งตั้งแต่ปี 2565-2568 ออกใบอนุญาตให้แล้วกว่า 7,000 คน ที่ตอบโจทย์ในการดึงบุคคลที่มีทักษะเข้ามาทำงานในประเทศไทย

นายพิศาลกล่าวว่า “ใบอนุญาตทั้งสองมีประโยชน์กับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่รัฐบาลไทยต้องทำคือเพิ่มความเข้มงวดตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เฉพาะตอนสมัคร หน่วยงานที่อนุญาตที่ให้อยู่คือ ตม. กับหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ป.ป.ส. ต้องร่วมมือกันพิจารณาว่าในบรรดาคนที่ได้รับใบอนุญาตมีคนอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังจำนวนกี่ราย และต้องตรวจสอบเป็นระยะ และรายงานผลการตรวจสอบให้ประชาชนและรัฐสภาทราบ” นายพิศาลกล่าว

นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านปฏิรูปภาครัฐ กล่าวถึงตัวชี้วัดความสำเร็จในส่วนราชการเรื่องความมั่นคงใหม่ ในเรื่องวีซ่าและการบังคับใช้กฎหมาย เพราะยังมีช่องว่างเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอยู่ โดยเฉพาะการอยู่เกินระยะเวลา ซึ่งรัฐมีกฎหมายอยู่แล้วในเรื่อง พ.ร.บ. ตรวจคนเข้าเมือง ถ้าเรามีข้อมูล ตม. ก็ทราบอยู่แล้วว่าอยู่ได้ระยะเวลาเท่าไร การปล่อยปละละเลยให้อยู่นานแสดงว่าเราก็มีปัญหา หรือการเข้ามาทำอาชีพที่สงวนไว้ให้คนไทย หากจะใช้การแบบนี้กฎหมายต้องลงโทษปรับผู้ที่อยู่เกินและผลักดันให้ออกนอกประเทศ และต้องทำความเข้าใจกับสถานทูตทุกประเทศ เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย

นอกจากนี้ยังต้องมีข้อกำหนดชัดเจนว่ากำหนดให้อยู่ต่อเท่าไหร่และนับเท่าไหร่ ซึ่งต้องมีข้อกำหนดชัดเจน เช่น หากจะอยู่ต่อต้องมีตั๋วเครื่องบินขากลับ ต้องมีหลักฐานแสดงค่าใช้จ่าย และหลักฐานที่อยู่ให้ชัดเจน ส่วนผู้ประกอบการที่เปิดให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่โดยผิดกฎหมายก็จะต้องร่วมมือกัน ซึ่งทั้งหมดนี้คือเรื่องของการทบทวนวีซ่า

นางสาวเพียงพนอเสนอว่าจะต้องทบทวนประเทศที่เปิดให้วีซ่าฟรี ทำให้คนต่างด้าวเข้ามาง่าย ๆ เพราะเชื่อว่าหน่วยงานรัฐไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมราชทัณฑ์ หรือ DSI ก็มีข้อมูลอยู่แล้ว อย่างในกรณีที่ตำรวจบุกเข้าไปจับชาวไนจีเรียทั้งหมด 6 คน เข้ามาด้วยวีซ่านักเรียนและอยู่เกินระยะเวลา คำถามคือคนเหล่านี้อยู่ต่อได้อย่างไร เพราะต้องมีการต่อวีซ่า ซึ่งผ่านขั้นตอนเหล่านี้มาได้อย่างไร โรงเรียนที่ออกหนังสือรับรองมีกระบวนการอย่างไรบ้าง รัฐบาลเองต้องมีการประสานข้อมูลและกำหนดออกมาว่ามีชาติหรือคนของบางประเทศที่เราต้องดูเป็นพิเศษ และถ้าจะเข้าเมืองมาต้องขอวีซ่าไม่ใช่ได้วีซ่าฟรี

รัฐบาลต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องความอ่อนไหวและอาจมีการกระทำความผิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น การสวมสิทธิ์คนตายและได้สัญชาติไทยไป และการแจ้งเกิดทิพย์ ซึ่งเราต้องทบทวนช่องโหว่และลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่เรื่องต่างชาติถือครองที่ดินผ่านนอมินี หลายครั้งคนไทยกลายเป็นพลเมืองชั้น 2 ชั้น 3 ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ต่อไปในอนาคต

ราชการไทยต้องเปลี่ยน KPI การจัดการความมั่นคงใหม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบหลัก เพราะเกี่ยวข้องกับทุกกระทรวง โดย KPI ข้อแรกคือกระบวนการบังคับโทษต้องรวดเร็วและเด็ดขาด ข้อสองเปิดเผยข้อมูลให้เป็นสาธารณะ และข้อสามขอให้มีระบบการติดตามความคืบหน้าของคดี

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ระบุว่าเราปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นวิกฤตด้านความมั่นคง ไม่ใช่ภัยทางการทหารจากต่างชาติแต่คือระบบนิเวศที่เราปล่อยให้ทุนเทาคืบคลานเข้ามาในระบบเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นการแก้ไขปัญหานี้คือการกวดขันและบังคับใช้กฎหมาย และเป็นเจตจำนงทางการเมืองของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทินต้องทราบดีถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำอยู่ใต้จมูกของนายกฯ ทั้งนั้น วันนี้เราต้องท้าทายไปที่ตัวนายกฯ ว่าจะแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ เจตจำนงทางการเมืองที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือไม่ ผมตั้งข้อสังเกตว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากกลุ่มทุนเทาเหล่านี้ ไม่สามารถที่จะรอดสายตาของข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐไปได้ มีผลประโยชน์เกิดขึ้นระหว่างทางแน่นอน และผลประโยชน์เหล่านี้ส่งทอดมายังกลุ่มการเมืองหรือไม่ นี่คือท่อน้ำเลี้ยงให้กับบ้านใหญ่ในกลุ่มการเมืองซีกฝั่งรัฐบาลหรือไม่

นายพิจารณ์ยังกล่าวว่าการปฏิบัติงานของรัฐบาลหลังจากนี้ การสั่งการของนายอนุทินจะเป็นบทพิสูจน์ เราไม่จำเป็นที่จะต้องเอาการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไปแลกกับความล้มเหลวทางด้านความมั่นคง เราเปิดบ้านเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่ได้เปิดบ้านเพื่อรับอาชญากรรมข้ามชาติ การคัดกรองคนจำเป็นต้องทบทวนและสังคายนา เราจะติดตามการทำงานของนายอนุทินในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อย่าปล่อยให้ประเทศเราต้องแลกกันกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวกับการเสี่ยงภัยทางด้านความมั่นคง

Related Posts

Send this to a friend