PUBLIC HEALTH

กรมวิทย์ฯ เตือนระวัง ‘ไข้หูดับ’ หลังผู้ป่วยพุ่งสะสมกว่าพันราย ช็อกผลสุ่มตรวจตลาดอุบลฯ พบหมูดิบเปื้อนเชื้อกว่า 83%

วันนี้ (5 มิ.ย. 69) ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ พบสถานการณ์การติดเชื้อ Streptococcus suis หรือโรคไข้หูดับในประเทศไทยช่วงปี 2565-2567 มีผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศจำนวน 1,340 รายและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอย่างเข้มงวด

เชื้อ Streptococcus suis เป็นแบคทีเรียแกรมบวกที่พบในทางเดินหายใจส่วนบน ต่อมทอนซิล และทางเดินอาหารของสุกร คนสามารถรับเชื้อจากการสัมผัสสัตว์ที่เป็นโรคผ่านบาดแผล รอยถลอก เยื่อบุตา หรือบริโภคเนื้อ เครื่องใน และเลือดสุกรที่ไม่ปรุงสุก อาการรุนแรงอาจทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สูญเสียการได้ยินถาวร และเสียชีวิต ข้อมูลเฝ้าระวังชี้ว่าความชุกของการติดเชื้อในปี 2565 อยู่ที่ร้อยละ 0.088 ลดลงเป็นร้อยละ 0.048 ในปี 2566 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 0.2 ในปี 2567

จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ 68 และพบมากในกลุ่มอายุ 55-74 ปี โดยเฉพาะช่วงอายุ 55-64 ปี ตัวอย่างทางห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่มาจากเลือด สะท้อนความรุนแรงของการติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องเข้ารับการรักษาในฐานะผู้ป่วยใน พื้นที่ที่พบผู้ป่วยสูงสุดคือ เขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 288 ราย เขตสุขภาพที่ 3 จำนวน 249 ราย เขตสุขภาพที่ 8 จำนวน 171 ราย เขตสุขภาพที่ 2 จำนวน 136 ราย และเขตสุขภาพที่ 10 จำนวน 114 ราย ข้อมูลนี้มาจากโรงพยาบาลที่ส่งข้อมูลคิดเป็นร้อยละ 70-75 ของประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์การติดเชื้อในจังหวัดอุบลราชธานีพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องทุกปีจนเป็นโรคประจำถิ่น ล่าสุดศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 10 อุบลราชธานี สุ่มตรวจวิเคราะห์เนื้อหมูดิบจากตลาดสด 42 ตัวอย่าง ด้วยเทคนิค real-time PCR พบการปนเปื้อนเชื้อ Streptococcus suis สูงถึง 35 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 83.3

ผลการตรวจพบเชื้อ Streptococcus suis ร้อยละ 37.1 เป็นสายพันธุ์หลัก serotype 2 ที่ก่อโรครุนแรงในมนุษย์ การสุ่มตรวจตลาดสด 22 แห่งพบการปนเปื้อนกระจายเป็นวงกว้างในพื้นที่สำคัญ เช่น ตลาดสดเทศบาลอำเภอพิบูลมังสาหาร ศรีเมืองใหม่ ตระการพืชผล เหล่าเสือโก้ก ตลาดสดหนองบัวและเทศบาล 5 ในเขตอำเภอเมือง ตลาดสดในอำเภอสำโรง น้ำขุ่น น้ำยืน ทุ่งศรีอุดม รวมถึงอำเภอสิรินธร โขงเจียม ดอนมดแดง ม่วงสามสิบ วารินชำราบ เขื่องใน นาจะหลวย เดชอุดม เขมราฐ โพธิ์ไทร นาตาล นาเยีย และบุณฑริก สะท้อนความเสี่ยงที่ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่

“กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ส่งข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์ไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและปศุสัตว์จังหวัด เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันในการแจ้งเตือนภัยและควบคุมความเสี่ยงในพื้นที่ สำหรับประชาชนเพื่อความปลอดภัย ควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อหมูดิบ เลือดหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ และต้องแยกอุปกรณ์ดิบกับสุกจากกัน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง” ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าว

Related Posts

Send this to a friend