KNOWLEDGE

กสศ. จับมือครูสุเทพ “ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” พัฒนาศูนย์เพิ่มทักษะอาชีพ สร้างรายได้เสริมไม่ต้องลาออกจากโรงเรียน

ในยุคที่เศรษฐกิจกำลังถดถอยจากหลายปัจจัย และยังซ้ำเติมจากพิษสถานการณ์ไวรัสโควิด – 19 คนไทยไม่ว่าจะยากดีมีจน ได้รับผลกระทบนี้ไปทุกหย่อมหญ้า  มีรายได้น้อยกว่ารายจ่ายหรือบางรายไม่มีรายได้เข้ามาเลย  บ้างถูกเลิกจ้าง  กลุ่มเกษตรกรกำลังประสบปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ  ส่งออกไม่ได้  ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันกลับสูงขึ้นทุกวัน

เสียงสะท้อนจากหลายพื้นที่พบว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจนี้กำลังลุกลามทำให้บางครอบครัวที่ยากจนอยู่แล้วต้องยอมให้บุตรหลานออกจากโรงเรียนมาช่วยทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวอีกทางหนึ่ง  ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ปลายด้ามขวาน ใน ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา  ซึ่งมีเด็กนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่ต้องออกจากระบบการศึกษา เพื่อไปรับจ้างทำงานในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ๆ บ้างก็ไปเป็นยาม บ้างก็ไปทำงานร้านอาหาร และมีจำนวนหนึ่งที่เดินทางออกไปทำงานในประเทศมาเลเซีย

เรื่องนี้ ครูสุเทพ เท่งประกิจ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี 2562  จากโรงเรียนบ้านคลองน้ำใส อ.กาบัง จ.ยะลา  ได้เล่าถึงปัญหาของชุมชนว่า “เด็กในโรงเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน ผู้ปกครองมีอาชีพกรีดยาง ที่ดินก็ไม่มีเอกสารสิทธิ์  และตอนนี้ราคายางตกลงมาเหลือแค่ 4 กิโลกรัม 100 บาท ทำให้เด็กหลายคนแม้จะอยากเรียนต่อแต่ก็ต้องหยุดเรียนเพื่อออกไปช่วยที่บ้านทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่ครูเองก็พยายามติดตามตัวให้กลับมาเรียนหนังสือตามปกติ”

ครูสุเทพ เท่งประกิจ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี 2562  จากโรงเรียนบ้านคลองน้ำใส อ.กาบัง จ.ยะลา

ทำอย่างไรที่จะช่วยเด็กกลุ่มนี้ได้  ?

หนึ่งในทางออกที่ครูสุเทพและเพื่อนครูในโรงเรียนพยายามหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันคือ การสร้างรายได้ระหว่างเรียนให้กับเด็กนักเรียน ตามความถนัดและความสนใจของแต่ละคน ทั้ง ​ตัดเย็บเสื้อผ้า ช่างเชื่อม ช่างไม้ เกษตรกรรม งานประดิษฐ์ ทำอาหาร ฯลฯ  จึงนำมาสู่ “โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสร้างแกนนำเพื่อการพัฒนาทักษะอาชีพสู่การมีงานทำ ซึ่งมีกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. เข้ามาเป็น ลมใต้ปีกสนับสนุนโครงการนี้  และด้วยการสนับสนุนจาก กสศ.  ทำให้โรงเรียนสามารถจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ที่จำป็นสำหรับภาคปฏิบัติ ทั้งจักรเย็บผ้า ตู้เชื่อม เครื่องตัดเหล็ก เครื่องตัดไม้ กบไฟฟ้า และหินเจียร มาใช้ประกอบการฝึกทักษะ

ครูสุเทพ เล่าให้ฟังว่า ​โครงการนี้เป็นการนำประสบการณ์ตรงในอดีตที่ครูเคยส่งเสียตัวเองเรียนจากการรับจ้างทำงานต่างๆ ตั้งแต่ กวนปูน ก่ออิฐ ฉาบปูน เป็นช่างไม้ ทำให้มีทั้งรายได้และทักษะอาชีพติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน และทำให้สามารถใช้รายได้จากงานตรงนั้นมาเป็นค่าใช้จ่ายและค่าเล่าเรียนจนจบเป็นครูมาถึงทุกวันนี้

บทเรียนจริงที่ต้องเอามาใช้จริง

โครงการฝึกทักษะอาชีพ จะเป็นการฝึกแบบลงมือทำจริง และมีรายได้เกิดขึ้นจริงกับนักเรียนจริง เช่น การตัดเย็บเสื้อผ้า​ก็เริ่มจากงานง่ายๆ การตัดเย็บผ้าคลุมผม ผ้าพันคอลูกเสือ ซึ่งเด็กๆ ก็ต้องใช้กันอยู่แล้วน่าจะตัดเย็บใช้เอง ไปจนถึงกระเป๋าผ้าที่ปัจจุบันมีการรณรงค์ไม่ให้ใช้ถุงพลาสติก  ส่วนวิชาช่างเชื่อมปัจจุบันเด็กๆ สามารถทำชั้นวางรองเท้า  โต๊ะ  โกลฟุตบอลรูหนูใช้เองได้แล้ว  และเริ่มมีคนมาจ้างให้ผลิตของใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น หรือช่างไม้ก็เริ่มสอนให้เด็กรู้จัก​ไปหาของที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มาออกแบบเป็นข้างของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

“ทั้งหมดเด็กจะได้ฝึกทักษะการวางแผนพรุ่งนี้จะทำอะไร ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ได้ทั้งการคิดและคำนวณว่าซื้อผ้ามาหนึ่งโหลเป็นต้นทุนกี่บาท จะตัดได้กี่ชิ้น  ผลต่างที่เป็นกำไรเท่าไร  ตรงนี้จะฝึกให้เขาได้รู้กระบวนการคิดต้นทุนการผลิต  ซึ่งในตำราเรียนยังไม่มีสอน  และสุดท้ายเด็กๆ ก็จะมีรายได้ย้อนกลับมาหาตัวเขาเองด้วย” ครูสุเทพ กล่าว

แม้เศรษฐกิจจะไม่ดี แต่การศึกษาถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้มีทางเลือกในอนาคต  และมีหน้าที่การงานที่ดี ดังนั้นสิ่งที่จะต้องปลูกฝังให้แก่เด็กนักเรียนคือแนวคิดที่เราจะสอนเขา

น้องบิ๊ก ซูฟัร แลฮานักเรียนชั้น ม.3 ของโรงเรียน เล่าให้ฟังระหว่างเชื่อมเหล็กเพื่อสร้างกรงนก ว่า “ชอบงานด้านช่างเชื่อม โดยเริ่มเรียนตั้งแต่การออกแบบ การวัด การตัด จนถึงการเชื่อม​ ซึ่งช่วงเริ่มต้นอาจลำบากหน่อย  เช่น  แช่นานไปก็เหล็กทะลุ หรือเร็วไปก็เหล็กก็ไม่ติดกันต้องลองทำไปเรื่อยๆ ทุกวันนี้ชำนาญมากขึ้น มีคนมาจ้างต่อกรงนกและกำลังจะทำไซดักปลาที่ออกแบบเอง เมื่อมีรายได้ก็เอาไปซื้ออุปกรณ์การเรียนไม่ต้องรบกวนที่บ้าน

ไม่ต่างจาก  อิบรอเหม อาบู  นักเรียน ชั้นเดียวกันจากที่เคยลองทำราวตากผ้าใช้เอง ตอนนี้มีครูในโรงเรียนสนใจสั่งให้ทำให้หลายชุดแล้ว และก่อนหน้านี้เคยทำชุดขาตั้งขวดน้ำขายไปได้หลายชุด งานตรงนี้เป็นเรื่องสนุก ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และช่วยให้มีรายได้  ซึ่งตั้งใจจะเก็บรายได้ไว้เป็นทุนการศึกษาในอนาคต

บิ๊ก - ซูฟัร แลฮา” นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส

เรียนหนักงานเบา เรียนเบางานหนัก

ครูสุเทพ  อธิบายเพิ่มว่า แม้เศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัว แต่การศึกษาถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้มีอนาคต มีหน้าที่การงานที่ดี ดังนั้นสิ่งที่จะต้องปลูกฝังเด็กนักเรียนคือแนวคิดที่เราจะสอนเขาว่า หากเรียนหนักงานเบา เรียนเบางานหนัก  เช่น เคยให้ลูกศิษย์ช่วยกันวิเคราะห์ว่า “หากลูก จบ ป. 4 จะทำอาชีพอะไรได้บ้าง?” เด็กๆ ก็จะบอกว่าเป็นพวกการเกษตร ตัดยาง เลี้ยงวัวควาย  แต่งานที่ก้าวหน้าขึ้นมาอย่างผู้ใหญ่บ้านก็เป็นไม่ได้  หรือจบ ม.3 ม.6 แล้วเป็นอะไรได้บ้าง?  ตรงนี้ทำให้เด็กเขาเห็นอนาคตตัวเองว่าหากอยากสบายในอนาคตก็ต้องตั้งใจในชั้นสูงขึ้นไป

เมื่อเด็กมีเป้าหมายตั้งใจที่จะเรียนให้สูงๆ แล้ว จากนี้ก็เป็นเรื่องที่เราต้องช่วยพัฒนาทักษะอาชีพให้เขามีงาน มีรายได้พิเศษพอจะเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและค่าเล่าเรียนต่อในอนาคต

“ปัจจุบัน มีนักเรียนหลายคนที่สามารถช่วยงานรับเหมาก่อสร้าง เช่น การสร้างอาคารในโรงเรียน ที่เด็กๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการก่อสร้าง  ที่ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้จากของจริง  ลงมือทำจริงๆ อย่างก่ออิฐ ฉาบปูน เราก็ภูมิใจว่าเขาสามารถทำงานตรงนี้ได้  เมื่อมีวิชาความรู้ตรงนี้ก็จะมีรายได้  บางคนจะได้ใช้เป็นทุนไปเรียนต่อ บางคนหากไม่ได้เรียนต่อก็สามารถนำไปเป็นทุนประกอบอาชีพในอนาคตได้” 

“จะเห็นว่าเด็กส่วนใหญ่ที่จบ ม.3 จากโรงเรียนบ้านคลองน้ำใสไปเกือบทั้งหมดตั้งใจเรียนต่อ บางคนไม่มีเงินก็จะไปรับทำงานจ้างหาเงินเรียนได้ด้วยตนเอง ทั้งกรีดยาง ทำงานในร้านอาหาร เป็นงานพิเศษ จนสามารถเรียนต่อชั้น ม. 6  และยังสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยทักษิณได้  ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เราต้องแนะนำและสร้างโอกาสให้แก่พวกเขา  ซึ่งครูโรงเรียนอื่นๆ ก็สามารถทำได้  โดยดูตามความถนัด  ความสนใจและบริบทของพื้นที่ตัวเอง” ครูสุเทพ กล่าวทิ้งท้าย

ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ. กล่าวว่า “โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสร้างแกนนำเพื่อการพัฒนาทักษะอาชีพสู่การมีงานทำของครูสุเทพ เท่งประกิจ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี 2562 เป็น โครงการขยายผลจากการทำงานของครูที่ทำสร้างสมเป็นต้นทุนมา  ซึ่งโครงการนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการดูแลเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเป็นสำคัญ  การทำงานของครูสุเทพจึงมุ่งเน้นขยายผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตแก่เด็กและเยาวชนด้อยโอกาสทั้งในโรงเรียนและชุมชน  เพราะนอกจากความรู้ที่ครูจะถ่ายทอดเพื่อให้มีความรู้ความสามารถในด้านวิชาการแล้ว ทักษะการประกอบอาชีพได้ตามความถนัดและมีศักยภาพพอที่จะพึ่งพาตนเองในการดำรงชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตก็มีความสำคัญ

Related Posts