พบสารหนูในตะกอนดินแม่น้ำโขงยังเข้มข้นเกินมาตรฐานกว่า 2 เท่า
พบสารหนูในตะกอนดินแม่น้ำโขงยังเข้มข้นเกินมาตรฐานกว่า 2 เท่า-ทีมนักวิจัย มช.เตือนเสี่ยงสูง-เผยฝั่งพม่าและลาวปนเปื้อนหนัก-เชื่อแหล่งกำเนิดมาจากเพื่อนบ้าน
วันนี้ (4 มิ.ย. 69) ผศ.ดร.ว่าน วิริยา ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยถึงผลการตรวจคุณภาพน้ำและตะกอนดินในแม่น้ำโขงเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ภายใต้โครงการ “การเสริมสร้างศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนักฯ” นำโดยสมพร เพ็ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เมื่อนำข้อมูลการวิจัยของเรามาเปรียบเทียบกับข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ทำให้เห็น “ความเสี่ยงที่แท้จริงและยังคงอยู่” ในระดับที่ “น่าเป็นห่วง”
ผศ.ดร.ว่านระบุว่า จากการวิเคราะห์ผลตัวอย่าง (ดูแผนที่เปรียบเทียบประกอบ) ข้อมูล คพ. (เมื่อมีนาคม 2569) พบค่าสารหนูในแม่น้ำโขงใกล้สบรวกสูงถึง 296 mg/kg (ค่าระดับที่ไม่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดินอยู่ที่ 33 mg/kg) ซึ่งสูงเกินมาตรฐานมากถึงเกือบ 10 เท่า ถือเป็นระดับที่อันตรายอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามข้อมูลการวิจัยล่าสุดของศูนย์วิจัยฯมช. จากการเก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ยังพบค่าสารหนูสูงในตะกอนดินหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณสบรวก เชียงแสน พบสูงถึง 61 mg/kg แม้จะลดลงจากตัวเลขสูงสุดในอดีต แต่ก็ยังสูงเกินเกณฑ์ความปลอดภัยถึงกว่า 2 เท่า และเพิ่มเติมตัวอย่างตะกอนดินที่ได้จากเขตพม่าและลาวพบว่าสูงถึง 46 mg/kg แสดงว่าแหล่งกำเนิดน่าจะมาจากฝั่งเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน
“ทีมวิจัยขอย้ำเตือนว่า สารหนูเป็นภัยเงียบที่สะสมในร่างกายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว โดยเฉพาะประชาชนริมฝั่งโขงที่ต้องเฝ้าระวังและใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง” ผศ.ดร.ว่านกล่าว
นักวิจัยผู้นี้ระบุว่า เมื่อนำเสนอข้อมูลในรูปแบบแผนที่ความเสี่ยงเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยพื้นที่สีแดงคือวิกฤตและควรเลี่ยงการสัมผัสตะกอนดินโดยตรง-ระมัดระวังการบริโภคสัตว์น้ำจากบริเวณนี้,พื้นที่สีส้มมีความเสี่ยงสูงและควรเลี่ยงการสัมผัสตะกอนดิน,พื้นที่สีเหลืองคือความเสี่ยงปานกลางที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง,พื้นที่สีเขียวคือความเสี่ยงต่ำและปลอดภัยในการดำเนินชีวิต
“ทีมวิจัยหวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตื่นตัว และร่วมกันเฝ้าระวังภัยสุขภาพจากสารหนูอย่างจริงจัง” ผศ.ดร.ว่าน กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมาโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้เผยแพร่ข่าวผ่านเพจของสถานทูตจีนประจำประเทศไทยโดยตอนหนึ่งระบุว่า ฝ่ายจีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อปัญหามลพิษจากโลหะหนักในลำน้ำสาขาแม่น้ำโขงที่อยู่ในเขตพื้นที่ของไทย และได้รับทราบรายงานผลการตรวจวัดที่รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เผยแพร่เมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งมีผลการตรวจชี้ว่าคุณภาพน้ำในลำน้ำดังกล่าวโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เนื่องจากผลการตรวจคุณภาพน้ำและตะกอนดินในแม่น้ำโขงของ คพ.พบว่าเกินมาตรฐานมาโดยตลอด ยกเว้นครั้งที่ 18 ที่พบว่ามีสารหนู 0.01 มก./ล.ซึ่งมีค่าพอดีกับมาตรฐาน












